top of page

ทำไมการ “เลิกทำอะไรสักอย่าง” ถึงเป็นการตั้งเป้าหมายที่แย่กว่าที่คิด

ree

ทุกต้นปี เรามักได้ยินเป้าหมายในรูปแบบเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เลิกกินหวาน

เลิกผัดวันประกันพรุ่ง

เลิกเครียด

เลิกนิสัยแย่ ๆ


ฟังดูสมเหตุสมผล และดูเหมือนเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ในเชิงจิตวิทยาและพฤติกรรมศาสตร์ การตั้งเป้าหมายด้วยคำว่า “เลิก” หรือ “หยุด” กลับเป็นหนึ่งในรูปแบบเป้าหมายที่ล้มเหลวได้ง่ายที่สุด — ไม่ใช่เพราะคนอ่อนแอ แต่เพราะสมองมนุษย์ไม่ได้ทำงานในแบบที่เป้าหมายลักษณะนี้ต้องการ


สมองไม่เข้าใจคำว่า “ไม่ทำ”


ปัญหาแรกของเป้าหมายแบบเลิกทำ คือมันเป็นเป้าหมายเชิงลบ (Avoidance goal) ซึ่งสมองประมวลผลได้ยากอย่างคาดไม่ถึง สมองมนุษย์ถูกออกแบบมาให้ตอบสนองต่อ การกระทำ มากกว่า การงดเว้น


การบอกตัวเองว่า “อย่ากินขนม” ไม่ได้สร้างพฤติกรรมใหม่ แต่กลับย้ำให้สมองนึกถึง “ขนม” ซ้ำ ๆ สิ่งที่ควรหายไปจึงกลับเด่นชัดขึ้น นี่คือเหตุผลว่าทำไมการพยายามไม่คิดถึงบางอย่าง มักทำให้เราคิดถึงมันมากกว่าเดิม


ในทางปฏิบัติ เป้าหมายแบบนี้ไม่ได้บอกสมองว่า ควรทำอะไรแทน ทำให้ระบบตัดสินใจขาดทิศทาง และสุดท้ายสมองจะเลือกพฤติกรรมเดิมที่คุ้นเคยที่สุด


การเลิก ไม่ได้สร้างแรงจูงใจ แต่สร้างความระแวง


งานวิจัยด้านแรงจูงใจพบว่า เป้าหมายที่มุ่ง “เข้าใกล้สิ่งที่ต้องการ” (Approach goals) มีอัตราความสำเร็จสูงกว่าเป้าหมายที่มุ่ง “หลีกเลี่ยงสิ่งไม่พึงประสงค์” อย่างมีนัยสำคัญ เหตุผลสำคัญคืออารมณ์ที่เป้าหมายแต่ละแบบกระตุ้นขึ้นมาแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง


เป้าหมายแบบเลิกทำ ทำให้สมองอยู่ในโหมดเฝ้าระวังความผิดพลาด กลัวพลาด กลัวเผลอ และกลัวล้มเหลว แทนที่จะรู้สึกตื่นเต้นหรือมีพลัง สิ่งนี้กินทรัพยากรทางความคิดอย่างเงียบ ๆ และทำให้ความเหนื่อยล้าทางจิตใจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิด


เมื่อพลังการควบคุมตัวเองลดลง พฤติกรรมเดิมจะกลับมาโดยอัตโนมัติ และการ “เผลอ” เพียงครั้งเดียวก็มักถูกตีความว่าเป็นความล้มเหลวทั้งหมด


คุณไม่สามารถลบพฤติกรรม โดยไม่เติมอะไรลงไป


นิสัยไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่มักทำหน้าที่บางอย่างในชีวิตเรา ไม่ว่าจะเป็นการคลายเครียด ให้รางวัลตัวเอง หรือช่วยจัดการอารมณ์บางรูปแบบ การตั้งเป้าแค่ “เลิก” เท่ากับการสร้างช่องว่างโดยไม่เสนอสิ่งทดแทน


สมองไม่ชอบช่องว่าง เมื่อพฤติกรรมหนึ่งหายไปโดยไม่มีพฤติกรรมใหม่เข้ามาแทนที่ สมองจะพยายามดึงสิ่งเดิมกลับมา เพราะอย่างน้อยมันก็เคย “ใช้งานได้” มาก่อน นี่คือเหตุผลว่าทำไมหลายคนเลิกนิสัยหนึ่งได้ชั่วคราว แต่กลับไปทำซ้ำในรูปแบบเดิมหรือแย่กว่าเดิม


การเลิกที่ล้มเหลว มักบ่อนทำลายความเชื่อมั่นในตัวเอง


ผลกระทบที่ร้ายที่สุดของเป้าหมายแบบเลิกทำ อาจไม่ใช่การที่เป้าหมายไม่สำเร็จ แต่คือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น เมื่อเราผิดพลาด เรามักสรุปทันทีว่า “เราคุมตัวเองไม่ได้” หรือ “เรามันไม่มีวินัย”


การตีความแบบนี้ค่อย ๆ ลดความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง และทำให้การตั้งเป้าหมายครั้งต่อไปยากขึ้นเรื่อย ๆ ในระยะยาว เป้าหมายที่ตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาตัวเอง จึงกลับกลายเป็นเครื่องมือที่ทำลายแรงจูงใจโดยไม่รู้ตัว


เปลี่ยนจาก “เลิกอะไร” เป็น “ทำอะไรแทน”


หากต้องการตั้งเป้าหมายที่สอดคล้องกับธรรมชาติของสมอง คำถามที่ดีกว่า “จะเลิกอะไร” คือ

“เมื่อสถานการณ์เดิมเกิดขึ้น เราจะเลือกทำอะไรแทน”


การเปลี่ยนกรอบจากการลบพฤติกรรม เป็นการออกแบบพฤติกรรมใหม่ ช่วยให้สมองมีทิศทางชัดเจน ลดแรงต้านภายใน และสร้างความรู้สึกคืบหน้าแทนความรู้สึกผิด


บางครั้ง ความก้าวหน้าที่แท้จริงไม่ได้เริ่มจากการเลิกเป็นคนแบบเดิม แต่เริ่มจากการเพิ่มทางเลือกใหม่ให้ตัวเอง — ในแบบที่สมองพร้อมจะร่วมมือมากกว่า



 
 
 

ความคิดเห็น


ติดตามข่าวสารและอัปเดตจาก dots.

Thanks for subscribing.

bottom of page