top of page

ความลำบากไม่ใช่สิ่งที่ต้องทน แต่เป็นข้อมูลที่ต้องอ่าน

ree

คนจำนวนไม่น้อยมองความลำบากในชีวิตการทำงานเป็นสิ่งที่ต้อง “อดทนให้ผ่านไป” ให้เร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็นวันที่งานพัง แผนไม่เป็นอย่างที่คิด ทีมมีปัญหา หรือการตัดสินใจที่ให้ผลลัพธ์ต่ำกว่าคาด เรามักบอกตัวเองว่า เดี๋ยวมันก็ผ่าน แล้วรีบเดินหน้าต่อโดยไม่อยากหันกลับไปมองมันอีก


แต่ถ้ามองในมุมของการพัฒนาและการสร้างผลงานระยะยาว ความลำบากอาจไม่ใช่อุปสรรคที่ต้องทน หากแต่เป็น “ข้อมูล” ชุดหนึ่งที่กำลังพยายามบอกอะไรบางอย่างกับเรา


ในทางธุรกิจ ความผิดพลาด rarely เกิดขึ้นแบบสุ่ม มันมักสะท้อนจุดอ่อนบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในระบบ แผนที่ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่อ่อนเกินไป การเตรียมตัวที่ไม่เพียงพอ การตอบสนองที่เร็วเกินไป หรือการประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าความเป็นจริง ความไม่สบายใจที่เกิดขึ้นจึงทำหน้าที่คล้ายสัญญาณเตือน มากกว่าจะเป็นศัตรูที่ต้องกำจัด


ปัญหาคือ เรามักใช้พลังงานไปกับการ “หนีความไม่สบายใจ” มากกว่าการ “อ่านมันให้เข้าใจ” เรารีบปลอบตัวเอง รีบหาเหตุผลมาปกป้องการตัดสินใจเดิม หรือโยนความผิดให้บริบทและคนอื่น ทั้งที่หากหยุดฟังอีกนิด ความลำบากนั้นอาจกำลังให้ feedback ที่ตรงไปตรงมาที่สุดกับเรา


ผู้นำและคนทำงานที่เติบโตเร็ว มักมีทักษะสำคัญร่วมกันอย่างหนึ่ง คือความสามารถในการแยกอารมณ์ออกจากข้อมูล พวกเขาไม่ได้สนุกกับความยากลำบาก แต่ก็ไม่ปฏิเสธมัน เมื่อเจอสถานการณ์ตึงเครียด คำถามที่พวกเขาถามตัวเองไม่ใช่ “ทำไมเรื่องนี้ต้องเกิดกับฉัน” แต่เป็น “สถานการณ์นี้กำลังบอกอะไรฉันเกี่ยวกับวิธีคิดและการตัดสินใจของฉัน”


เมื่อเรามองความลำบากเป็นข้อมูล เราจะเริ่มเห็นรูปแบบบางอย่างซ้ำ ๆ เช่น เรามักพลาดในจุดเดิม เรามักตัดสินใจเร็วเกินไปในภาวะกดดัน หรือเราเตรียมแผนสำรองน้อยกว่าที่คิด การมองเห็น pattern เหล่านี้มีค่ามาก เพราะมันช่วยให้เราแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่รับมือกับอาการเฉพาะหน้า


ที่น่าสนใจคือ ความสบายไม่เคยให้ข้อมูลคุณภาพสูงแบบเดียวกันได้ ช่วงเวลาที่ทุกอย่างราบรื่นมักไม่บังคับให้เราตั้งคำถามกับสมมติฐานของตัวเอง ในทางกลับกัน ความลำบากจะบีบให้เราเห็นความจริงเร็วขึ้น ชัดขึ้น และลึกขึ้น ไม่ว่าจะอยากเห็นหรือไม่ก็ตาม


แน่นอนว่า การ “อ่าน” ความลำบาก ไม่ได้แปลว่าเราต้องชื่นชมความเจ็บปวดหรือฝืนตัวเองเกินขีดจำกัด แต่หมายถึงการอยู่กับมันอย่างมีสติ รับรู้ว่าความไม่สบายใจนี้มีต้นตอ และต้นตอเหล่านั้นสามารถนำไปใช้พัฒนาได้ หากเรายอมรับมันอย่างตรงไปตรงมา


สุดท้ายแล้ว คนที่สร้างผลงานได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่คนที่เจอปัญหาน้อยกว่าใคร แต่เป็นคนที่ใช้ปัญหาได้เก่งกว่า พวกเขาไม่มองความลำบากเป็นสิ่งที่ต้องอดทนให้หมดไป แต่เป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยปรับแผน ปรับวิธีคิด และปรับตัวเองให้แข็งแรงขึ้นในรอบถัดไป


เพราะในโลกการทำงานจริง ความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่การหลีกเลี่ยงความยาก แต่อยู่ที่ความสามารถในการอ่านมันออก และใช้มันให้เป็น

 
 
 

ความคิดเห็น


ติดตามข่าวสารและอัปเดตจาก dots.

Thanks for subscribing.

bottom of page