top of page

การพัฒนาทักษะการคิดจะช่วยเรื่อง Empathy ได้อย่างไร

  • 17 พ.ย. 2568
  • ยาว 1 นาที

เวลาเราพูดถึง Empathy หลายคนมักนึกถึงความสามารถในการ “รู้สึกไปกับเขา” หรือ “เข้าใจว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไร” แต่ในความเป็นจริง Empathy ที่มีพลังต่อการทำงานและความสัมพันธ์ ไม่ได้เกิดจากอารมณ์เพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องอาศัย “ทักษะการคิด” ในระดับลึกควบคู่กันไปด้วย


นี่คือเหตุผลว่าทำไมองค์กรสมัยใหม่จึงไม่ได้มอง Empathy เป็นคุณสมบัติด้านอารมณ์เท่านั้น แต่เป็นความสามารถเชิงปัญญาที่ต้องฝึก ฝึกได้ และพัฒนาให้ดีขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง


Empathy ที่ดีเริ่มต้นจาก “การคิดเป็นระบบ”


Empathy ที่มีประสิทธิผลไม่ใช่การเดาอารมณ์คนอื่นจากสัญชาตญาณ แต่คือความตั้งใจที่จะทำความเข้าใจประสบการณ์ของอีกฝ่ายอย่างเป็นระบบ การคิดเชิงวิเคราะห์จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในสามด้านหลัก


  1. Perspective-taking:

การพัฒนาทักษะการคิดช่วยให้เรามองสถานการณ์จากหลายมุมมากขึ้น มองเห็นเงื่อนไข บริบท และปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรมคนอื่น ซึ่งต่างจากการอนุมานจากอารมณ์เพียงลำพัง ข้อมูลหลายชิ้นชี้ชัดว่าคนที่ใช้การคิดเชิงวิเคราะห์มีแนวโน้ม “อ่าน” คนอื่นได้แม่นกว่า เพราะพวกเขาแยกแยะข้อเท็จจริงออกจากการตีความของตัวเองก่อนเสมอ


  1. Emotional regulation:

การคิดอย่างเป็นระบบช่วยให้เราไม่ถูกความรู้สึกของตัวเองพาไปจนหลงเชื่อว่านั่นคือความรู้สึกของอีกฝ่าย การรู้เท่าทันอารมณ์และจัดระเบียบความรู้สึกของตัวเองได้ดี ทำให้เรามีพื้นที่ในการรับฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจและไม่รีบสรุปเร็วเกินไป ซึ่งเป็นหัวใจของ Empathy ที่แท้จริง


  1. Bias awareness:

มนุษย์ทุกคนต่างมีอคติ (bias) อยู่ในกระบวนการรับรู้ เช่น การตัดสินคนจากความคุ้นเคย ประสบการณ์ หรือภาพจำ การฝึกคิดเชิงวิพากษ์ช่วยให้เรารู้ทันสิ่งเหล่านี้ และแยกว่าอะไรคือข้อเท็จจริง อะไรคือการตีความของเราเอง เมื่ออคติลดลง พื้นที่ของความเข้าใจผู้อื่นจะกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


เมื่อเราคิดดีขึ้น เราจะเข้าใจคนได้ลึกขึ้น


คำถามคือ การคิดจะช่วยทำให้เรามี Empathy มากขึ้นจริงหรือ?


งานวิจัยจำนวนมากตอบตรงกันว่า ใช่—การใช้ความคิดตอบสนองต่อสถานการณ์ช่วยให้การเข้าใจผู้อื่นแม่นยำกว่าอารมณ์เพียงอย่างเดียว


ในหลายกรณี ความรู้สึกอยากช่วยหรือความสงสารอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่คลาดเคลื่อน เช่น การถาโถมอารมณ์เข้าใส่คนที่กำลังเจ็บปวดโดยไม่ฟังเขาจริง ๆ หรือการคิดแทนจนทำให้เขาไม่ได้พูดในสิ่งที่สำคัญ แต่การคิดอย่างมีระบบทำให้ Empathy “ตั้งอยู่บนข้อมูล” มากกว่า “ความรู้สึกของเราเอง” ทำให้การเข้าใจอีกฝ่ายแม่นกว่า ลึกกว่า และมีประโยชน์มากกว่า


ทักษะการคิดทำให้ Empathy เป็น “ทักษะที่ใช้ได้จริง” ในที่ทำงาน


ในบริบทการทำงาน ความเข้าใจคนไม่ใช่แค่เรื่องความสัมพันธ์ แต่คือเรื่องของการสื่อสาร การร่วมงาน และการตัดสินใจร่วมกัน การคิดอย่างมีวิจารณญาณช่วยให้ Empathy ถูกใช้ในรูปแบบที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย

เช่น


  • การฟังอย่างตั้งใจโดยไม่รีบตีความ

  • การแยกแยะความต้องการที่แท้จริงออกจากอารมณ์ชั่วคราว

  • การถามคำถามที่ทำให้เข้าใจมุมมองอีกฝ่ายได้ดีขึ้น

  • การมองสถานการณ์ในบริบทกว้างกว่าความรู้สึกเฉพาะหน้า


สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความสามารถทางอารมณ์ แต่คือ “ผลผลิตของการคิดอย่างมีสติและมีโครงสร้าง”


Empathy ที่ดี คือ Empathy ที่มาจากความตั้งใจ และการคิดประกอบกัน


ท้ายที่สุด ความเข้าใจคนจะเกิดขึ้นอย่างมีคุณภาพก็ต่อเมื่อเรามีทั้งความสามารถในการรับรู้อารมณ์ผู้อื่นและ “เครื่องมือทางความคิด” ที่ช่วยให้ความเข้าใจนั้นแม่นยำ ไม่เลือกข้าง และไม่ถูกอคติบดบัง


Empathy จึงไม่ใช่ทักษะของคนขี้สงสารหรือคนที่อ่อนไหว แต่คือทักษะของคนที่ “คิดเป็น ฟังเป็น และเข้าใจบริบทเป็น”

และยิ่งเราพัฒนาทักษะการคิดมากขึ้นเท่าไร เราก็จะยิ่งเข้าใจมนุษย์ได้ลึกขึ้นเท่านั้น—ทั้งในงาน ความสัมพันธ์ และชีวิตประจำวัน

 
 
 

ความคิดเห็น


ติดตามข่าวสารและอัปเดตจาก dots.

Thanks for subscribing.

bottom of page