top of page

ทำไมผู้นำรู้สึกลูกทีมต่อต้านตัวเอง ทั้งที่จริงแล้วเขาแค่ต่อต้านระบบ

  • 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

ในช่วงเวลาหนึ่งของการเป็นผู้นำ หลายคนจะต้องเผชิญความรู้สึกคล้ายกัน คือความรู้สึกว่าลูกทีมกำลัง “ต่อต้านเรา” ไม่ว่าจะเป็นการตั้งคำถามกับการตัดสินใจ การโต้แย้งในที่ประชุม หรือการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะมันกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงภายในของผู้นำ และทำให้การบริหารจัดการเริ่มถูกขับเคลื่อนด้วยอารมณ์มากกว่ากลยุทธ์ อย่างไรก็ตาม ในหลายกรณี สิ่งที่ถูกต่อต้านไม่ใช่ตัวบุคคล แต่คือระบบ โครงสร้าง หรือวิธีการทำงานที่ยังไม่ชัดเจนเพียงพอ


1. เมื่อบทบาทปะปนกับตัวตน


สาเหตุแรกที่ทำให้ผู้นำรู้สึกถูกต่อต้าน คือการผูกบทบาทเข้ากับอัตลักษณ์ส่วนตัวโดยไม่รู้ตัว เมื่อลูกทีมตั้งคำถามกับการตัดสินใจ ผู้นำบางคนจะตีความว่านั่นคือการตั้งคำถามกับความสามารถหรือความชอบธรรมของตนเอง ทั้งที่ในความเป็นจริง การวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการไม่ได้เท่ากับการลดคุณค่าของตัวบุคคล หากผู้นำไม่สามารถแยก “สิ่งที่ฉันทำ” ออกจาก “สิ่งที่ฉันเป็น” ได้ ทุกความเห็นต่างจะกลายเป็นแรงกระทบทางอารมณ์ทันที ความเป็นผู้ใหญ่ของภาวะผู้นำจึงเริ่มต้นจากการแยกสองสิ่งนี้ออกจากกันอย่างชัดเจน


2. ระบบที่คลุมเครือสร้างแรงต้านโดยอัตโนมัติ


หลายครั้งแรงต้านไม่ได้เกิดจากทัศนคติ แต่เกิดจากความไม่ชัดเจนของโครงสร้างการทำงาน หาก KPI ถูกกำหนดกว้างเกินไป หากขอบเขตอำนาจไม่ชัด หรือหากมาตรฐานเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ลูกทีมย่อมรู้สึกไม่มั่นคง เมื่อมนุษย์เผชิญความคลุมเครือ สมองจะเข้าสู่โหมดป้องกันตนเองโดยอัตโนมัติ การตั้งคำถามจึงเป็นกลไกเพื่อหาความแน่นอน ไม่ใช่การท้าทายอำนาจ ในมุมนี้ การต่อต้านอาจเป็นเพียงสัญญาณว่าระบบยังต้องการความชัดเจนมากกว่าการควบคุมที่เข้มขึ้น


3. ความไม่สม่ำเสมอทำลายความชอบธรรม


สิ่งที่สร้างแรงต้านรุนแรงที่สุดไม่ใช่กฎที่เข้มงวด แต่คือกฎที่ใช้ไม่เท่ากัน หากผู้นำบังคับใช้มาตรฐานกับบางคนแต่ผ่อนปรนกับบางคน ความรู้สึกไม่ยุติธรรมจะเกิดขึ้นทันที และแรงต้านจะถูกแสดงออกผ่านพฤติกรรมที่ดูเหมือน “ไม่ให้ความร่วมมือ” ในสายตาผู้นำ ความชอบธรรมของอำนาจไม่ได้มาจากตำแหน่ง แต่มาจากความสม่ำเสมอและความโปร่งใสของการตัดสินใจ เมื่อสองสิ่งนี้อ่อนแอ แรงต้านย่อมเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


4. ความเห็นต่างคือข้อมูล ไม่ใช่ภัยคุกคาม


ในองค์กรที่มีคนเก่งจำนวนมาก การตั้งคำถามคือสัญญาณของการคิดเชิงวิพากษ์ ไม่ใช่การกบฏ หากผู้นำตีความทุกคำถามว่าเป็นการท้าทาย ความคิดสร้างสรรค์และความรับผิดชอบร่วมจะค่อย ๆ หายไป ในทางกลับกัน หากผู้นำสามารถมองความเห็นต่างเป็นข้อมูลเกี่ยวกับจุดอ่อนของระบบ บทสนทนาจะเปลี่ยนจากการปะทะไปสู่การปรับปรุง คุณภาพขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้นำในการรับมือกับความไม่เห็นด้วยอย่างมีสติ


5. เปลี่ยนคำถาม เปลี่ยนผลลัพธ์


เมื่อรู้สึกว่าลูกทีมต่อต้าน ผู้นำมักตั้งคำถามว่า “ทำไมเขาถึงไม่สนับสนุนฉัน?” แต่คำถามที่ทรงพลังกว่าอาจเป็น “ระบบตรงไหนที่ทำให้เขารู้สึกต้องตั้งคำถาม?” ความแตกต่างของคำถามเพียงเล็กน้อยนี้ เปลี่ยนทิศทางจากการปกป้องอัตตาไปสู่การออกแบบโครงสร้างใหม่ การบริหารคนจึงไม่ใช่การกดแรงต้านให้หายไป แต่คือการสร้างบริบทที่ลดแรงต้านโดยธรรมชาติ


ท้ายที่สุดแล้ว ความรู้สึกว่าถูกต่อต้านอาจไม่ใช่สัญญาณของความล้มเหลว แต่เป็นสัญญาณว่าระบบกำลังถูกทดสอบ ภาวะผู้นำที่แท้จริงจึงไม่ใช่การทำให้ทุกคนเห็นด้วย หากคือการสร้างโครงสร้างที่แข็งแรงพอจะรองรับความเห็นต่างได้ โดยไม่ทำให้ความสัมพันธ์เสียหาย และไม่ทำให้ผู้นำต้องใช้พลังไปกับการปกป้องตัวเองมากเกินจำเป็น

 
 
 

ความคิดเห็น


ติดตามข่าวสารและอัปเดตจาก dots.

Thanks for subscribing.

bottom of page