ปัญหาของคนเก่งหลายคน ไม่ใช่ IQ ต่ำ แต่คือ “Self-Awareness ต่ำ”
- 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

หลายครั้ง ปัญหาของคนเก่งในองค์กรไม่ได้เกิดจากการคิดไม่เก่ง แต่เกิดจาก “ไม่รู้ว่าตัวเองส่งผลต่อคนอื่นอย่างไร”
เรื่องนี้ต้องมาเข้าใจกันก่อนว่า คนที่มี IQ สูงมักถูกชื่นชมมาตั้งแต่ต้นชีวิตว่าเป็นคนฉลาด วิเคราะห์เก่ง เรียนรู้เร็ว และแก้ปัญหาได้ดี จนทำให้หลายคนเติบโตขึ้นมาพร้อมความเชื่อว่า หากเหตุผลของตัวเองถูกต้อง คนอื่นก็ควรเข้าใจตามไปด้วย แต่โลกการทำงานจริงนั้นไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเหตุผลเพียงอย่างเดียว หากแต่มันมีเรื่องของอารมณ์ ความสัมพันธ์ บริบท และการรับรู้ของผู้คน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนเก่งจำนวนไม่น้อยเริ่มมีปัญหา เมื่อบทบาทของพวกเขาเปลี่ยนจาก “คนทำงานเก่ง” ไปสู่ “คนที่ต้องทำงานผ่านคนอื่น”
ความฉลาด ไม่ได้แปลว่าเข้าใจตัวเองเสมอไป
หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยคือ คนฉลาดมักคิดว่าตัวเอง “Objective” หรือเป็นกลางมากพอ จึงไม่ค่อยตั้งคำถามกับพฤติกรรมของตัวเอง แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนที่วิเคราะห์เก่งอาจเก่งเฉพาะการวิเคราะห์สิ่งภายนอก ขณะที่กลับมองไม่เห็น Blind Spot ของตัวเองเลย พวกเขาอาจไม่รู้ว่าตัวเองพูดเร็วเกินไป กดดันคนอื่นโดยไม่ตั้งใจ หรือทำให้ทีมรู้สึกว่าความคิดเห็นของตัวเองไม่มีคุณค่า เพราะทุกครั้งที่มีการถกเถียง คนที่คิดเร็วกว่าและโต้แย้งได้เฉียบคมกว่ามักกลายเป็นผู้ชนะในบทสนทนาเสมอ และนั่นนำมาซึ่งปัญหาคือ การชนะในการประชุมไม่ได้แปลว่าคุณกำลังสร้างทีมที่ดี หลายครั้ง คนในทีมไม่ได้เงียบเพราะเห็นด้วย แต่เงียบเพราะรู้สึกว่าไม่มีพื้นที่ให้พูด
คนเก่งจำนวนมาก สับสนระหว่าง “ความถูกต้อง” กับ “การสื่อสารที่ดี”
นอกจากนี้แล้ว คนเก่งจำนวนมากยังสับสนระหว่าง “ความถูกต้อง” กับ “การสื่อสารที่ดี” โดยในโลกของตรรกะนั้น หากข้อมูลถูกต้อง ผลลัพธ์ก็ควรถูกต้องตาม แต่ในโลกของมนุษย์ ความจริงซับซ้อนกว่านั้นมาก เราอาจมีเหตุผลที่ดีที่สุดในห้องประชุม แต่หากวิธีสื่อสารทำให้คนรู้สึกถูกลดคุณค่า ถูกปฏิเสธ หรือถูกทำให้ดูไม่ฉลาด พวกเขาก็อาจต่อต้านคุณทันที ต่อให้ข้อเสนอของคุณถูกต้องก็ตาม และนั่นคือสิ่งที่คนเก่งจำนวนมากมองข้าม พวกเขาให้ความสำคัญกับ “Content” มากจนลืม “Experience” ของคนฟัง จนสุดท้ายเริ่มมีภาพลักษณ์ว่าเป็นคน “เก่งแต่ทำงานด้วยยาก” ทั้งที่ในมุมของตัวเอง พวกเขาแค่พยายามทำให้ทุกอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
Self-Awareness คือทักษะของผู้นำ ไม่ใช่ Soft Skill ที่ฟังดูดี
จากปัญหาดังกล่าว ทำให้เราต้องมาสนใจเรื่อง Self-awareness ซึ่งแม้หลายคนมักมองว่าเป็นเรื่องนุ่มนวลหรือเป็นศาสตร์ด้านอารมณ์ แต่จริง ๆ แล้ว นี่คือหนึ่งในทักษะเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดของผู้นำยุคใหม่ เพราะยิ่งตำแหน่งสูงขึ้น ความสามารถในการ “อ่านตัวเอง” จะยิ่งสำคัญกว่าความสามารถในการพิสูจน์ว่าตัวเองถูก ผู้นำที่ขาด Self-Awareness มักไม่รู้ว่าตัวเองสร้างบรรยากาศแบบไหนในห้องประชุม ไม่รู้ว่าคนรอบตัวเริ่มไม่กล้าเสนอความเห็น ไม่รู้ว่าความตรงของตัวเองกำลังกลายเป็นความน่ากลัวสำหรับทีม และที่อันตรายที่สุดคือ ยิ่งคนเหล่านี้ประสบความสำเร็จมากเท่าไร พวกเขายิ่งได้รับ Feedback ที่จริงใจน้อยลงเท่านั้น เพราะไม่มีใครอยากบอกคนเก่งว่าเขากำลังทำให้คนอื่นอึดอัด
องค์กรยุคใหม่ไม่ได้ต้องการแค่คนคิดเก่ง แต่ต้องการคนที่ “รับรู้ผลกระทบของตัวเองได้”
องค์กรยุคใหม่ไม่ได้ต้องการแค่คนคิดเก่ง แต่ต้องการคนที่ “รับรู้ผลกระทบของตัวเองได้” ในอดีต องค์กรอาจให้รางวัลกับคนที่เก่งที่สุดในเชิงเทคนิค แต่ปัจจุบัน การทำงานกลายเป็นเรื่อง Collaboration มากขึ้นเรื่อย ๆ คุณอาจเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในทีม แต่ถ้าคนรอบตัวไม่อยากทำงานกับคุณ ความสามารถนั้นก็สร้างมูลค่าได้จำกัด ในทางกลับกัน คนที่เข้าใจตัวเอง รับฟังเก่ง ปรับวิธีสื่อสารเป็น และรู้ว่าพฤติกรรมของตัวเองส่งผลต่อคนอื่นอย่างไร มักสร้างอิทธิพลในองค์กรได้มากกว่าในระยะยาว เพราะท้ายที่สุด การทำงานไม่ได้เป็นการแข่งขันว่าใครฉลาดที่สุด แต่คือความสามารถในการดึงศักยภาพของคนอื่นออกมาร่วมกัน
บางครั้ง สิ่งที่ขวางการเติบโตของคนเก่ง ไม่ใช่ความสามารถที่น้อยเกินไป แต่คือความมั่นใจว่าตัวเองเข้าใจทุกอย่างแล้ว Self-awareness จึงเริ่มต้นจากการยอมรับความจริงง่าย ๆ ข้อหนึ่งว่า “เราอาจไม่ได้รับรู้ตัวเองอย่างที่คิด” และนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่สุดของการเติบโต ทั้งในฐานะคนทำงาน ผู้นำ และมนุษย์คนหนึ่ง



ความคิดเห็น