top of page

5 Mindsets พัฒนาตัวเองสำหรับรับปีใหม่

ree

ทุกครั้งที่ปีใหม่เริ่มต้น เรามักถูกกระตุ้นให้ตั้งเป้าหมาย เปลี่ยนนิสัย และยกระดับตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ในความเป็นจริง คนจำนวนไม่น้อยกลับรู้สึกกดดัน เหนื่อย และเริ่มต้นปีด้วยความคาดหวังที่หนักเกินไป จนพลังใจค่อย ๆ หมดลงตั้งแต่ไตรมาสแรก


ปัญหาอาจไม่ใช่เรื่อง “ความพยายามไม่พอ” แต่เป็นเพราะเราเริ่มต้นปีใหม่ด้วยกรอบคิดเดิม ๆ ที่พาให้ตัดสินใจซ้ำรอยเดิม ปีใหม่จึงอาจไม่จำเป็นต้องเป็น New You หากแต่ควรเป็น Better-Directed You คือคนเดิมที่รู้จักคิด เลือก และโฟกัสได้ดีขึ้นกว่าเดิม


ต่อไปนี้คือ 5 Mindsets ที่ช่วยตั้งทิศทางให้ปีใหม่ ก่อนที่คุณจะเร่งเพิ่มภาระให้กับตัวเอง


Reflection แทน Resolution


แทนที่จะเริ่มต้นปีด้วยลิสต์เป้าหมายยาวเหยียด ผู้นำและคนทำงานที่จัดการตัวเองได้ดีมักเริ่มจากการ “ทบทวน” อย่างมีโครงสร้าง การตั้งคำถามง่าย ๆ ว่าอะไรที่เวิร์ก อะไรที่ไม่เวิร์ก เราได้เรียนรู้อะไร และปีนี้ควรทำอะไรต่างออกไป ช่วยให้เรามองปีที่ผ่านมาอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ด้วยอารมณ์หรือความเสียดาย


การ Reflection ไม่ได้ทำให้เราช้าลง แต่ทำหน้าที่เหมือนการบำรุงรักษา ช่วยจัดระเบียบความคิด ลดความเครียดสะสม และป้องกันไม่ให้เราเริ่มต้นปีใหม่ด้วยสภาพที่อ่อนล้าโดยไม่รู้ตัว หากไม่มีช่วงเวลานี้ เป้าหมายใหม่ ๆ มักถูกตั้งอยู่บนฐานที่ยังไม่มั่นคง


Growth Mindset เป็นค่าเริ่มต้น


สำหรับหลายคน ปีใหม่คือฤดูกาลแห่งการพิสูจน์ตัวเอง เป้าหมายจึงกลายเป็นแรงกดดันมากกว่าแรงขับ Growth mindset ช่วยเปลี่ยนกรอบคิดนั้น โดยทำให้เรามองความพลาดและเป้าหมายที่ไม่ถึง ไม่ใช่เป็นความล้มเหลว แต่เป็นข้อมูลที่บอกว่าอะไรควรปรับ


เมื่อเรามองผลลัพธ์ที่ผ่านมาในฐานะ “สมมติฐานที่ถูกหรือผิด” แทนการตัดสินคุณค่าของตัวเอง ปีใหม่จะกลายเป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้และพัฒนาระบบ ไม่ใช่การแข่งขันกับภาพอุดมคติของตัวเองในหัว ความก้าวหน้าจึงเกิดจากกระบวนการ ไม่ใช่แรงกดดัน


Strategic มากกว่า Reactive


หลายคนเริ่มปีด้วยคำถามว่า “ปีนี้ต้องทำอะไรเพิ่ม” ซึ่งมักนำไปสู่งานที่มากขึ้น แต่ไม่จำเป็นต้องดีขึ้น การคิดเชิงกลยุทธ์ชวนให้เราถอยออกมาหนึ่งก้าว แล้วถามคำถามที่ยากกว่าแต่สำคัญกว่า นั่นคือ “ตรงไหนที่เราจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีคิดหรือวิธีทำ”


การตั้งทิศเชิงกลยุทธ์หมายถึงการนิยามความสำเร็จของตัวเองให้ชัด แล้วเลือกเพียงไม่กี่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญจริง ๆ การเลือกโฟกัสเช่นนี้ช่วยให้เวลา พลัง และความสนใจถูกใช้ไปกับสิ่งที่มีผลกระทบสูง แทนที่จะกระจายไปกับทุกเรื่องที่เข้ามา


Curiosity แทน Critique


การพัฒนาตัวเองมักสะดุดเพราะเราวิจารณ์ตัวเองแรงเกินไป เมื่อสมองรู้สึกถูกตัดสิน มันจะเข้าสู่โหมดป้องกันทันที ทำให้ยากต่อการเรียนรู้และเปลี่ยนแปลง Curiosity mindset ช่วยให้เรามองพฤติกรรมของตัวเองด้วยความอยากเข้าใจ มากกว่าความอยากตำหนิ


แทนที่จะถามว่า “ทำไมฉันถึงไม่เอาไหน” เราอาจถามว่า “ในสถานการณ์แบบไหนที่ฉันมักหลุด และอะไรเป็นตัวกระตุ้น” การสังเกตโดยไม่ตัดสินทำให้เราเห็นรูปแบบที่แท้จริง และเปิดพื้นที่ให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและยั่งยืน


Bold แต่ Focused


ความทะเยอทะยานเป็นสิ่งจำเป็น แต่หากไม่มีขอบเขต มันจะกลายเป็นภาระ การเริ่มปีใหม่อย่างมีสติคือการกล้าตั้งเป้าหมายที่ท้าทายจริง ๆ เพียงหนึ่งเรื่อง แล้วจำกัดตัวเองให้โฟกัสกับมันอย่างจริงจัง เป้าหมายที่ดีควรทำให้รู้สึกทั้งตื่นเต้นและเกรงใจเล็กน้อย แต่ยังสามารถแตกออกเป็นขั้นตอนที่ทำได้จริงในระยะสั้น


เมื่อโฟกัสชัด การตัดสิ่งที่ไม่สำคัญออกจะง่ายขึ้น และทุกสัปดาห์เราสามารถกลับมาถามตัวเองได้ว่า สิ่งใดคือการลงแรงที่ให้ผลลัพธ์สูงสุด ทั้งต่อเป้าหมายและต่อคุณภาพชีวิตของเรา


การพัฒนาตัวเองในปีใหม่ ไม่ได้เริ่มจากการเร่งให้มากขึ้น แต่เริ่มจากการตั้งทิศให้ถูกต้อง Mindsets ทั้งห้านี้ไม่ได้สัญญาว่าปีของคุณจะง่ายขึ้น แต่ช่วยเพิ่มโอกาสที่แรงพยายามของคุณจะไม่สูญเปล่า เมื่อคิดชัด เลือกเป็น และโฟกัสถูกที่ ปีใหม่จึงไม่จำเป็นต้องเป็นปีที่เหนื่อยกว่าเดิม แต่เป็นปีที่ก้าวหน้าอย่างมีความหมายมากกว่าเดิม


ree

 
 
 

ความคิดเห็น


ติดตามข่าวสารและอัปเดตจาก dots.

Thanks for subscribing.

bottom of page