top of page

เรากำลังเรียนรู้แบบผิวเผิน หรือกำลังเข้าใจถึงแก่น

  • 14 ม.ค.
  • ยาว 1 นาที

ในยุคที่ความรู้มีอยู่ทุกที่ เราอ่านได้เร็ว ดูได้เยอะ และพูดถึงแนวคิดใหม่ ๆ ได้คล่องขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ท่ามกลางความเร็วและปริมาณนั้น คำถามที่สำคัญกว่ากลับไม่ค่อยถูกถาม คือ สิ่งที่เรากำลังเรียนรู้อยู่นั้น เราเข้าใจมันจริงแค่ไหน


หลายคนมีประสบการณ์คล้ายกัน คือ “รู้สึกว่ารู้” แต่เมื่อเจอสถานการณ์ใหม่ หรือปัญหาที่ไม่เหมือนตัวอย่างในตำรา ความรู้ที่เคยมั่นใจก็ใช้การไม่ได้ทันที ความแตกต่างนี้ไม่ได้เกิดจากความฉลาดหรือความขยัน หากเกิดจาก ระดับความลึกของการเรียนรู้


การเรียนรู้แบบผิวเผิน: รู้จักรูปแบบ แต่ไม่เข้าใจโครงสร้าง


การเรียนรู้แบบผิวเผิน คือการโฟกัสที่สิ่งที่มองเห็นได้ง่ายและนำไปใช้ได้ทันที เช่น คำจำกัดความ สูตร Framework หรือขั้นตอนที่ถูกจัดเรียงมาเรียบร้อยแล้ว เราอาจจำได้ว่าแนวคิดนี้เรียกว่าอะไร ใช้ตอนไหน และยกตัวอย่างได้เหมือนในหนังสือหรือสไลด์


การเรียนรู้ลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องผิด และในหลายกรณีก็จำเป็น เพราะมันช่วยให้เรา “เข้าวงสนทนา” ได้ เข้าใจภาษากลาง และเริ่มต้นเรียนรู้ได้เร็ว แต่ข้อจำกัดคือ ความรู้แบบนี้พึ่งพาบริบทเดิมอย่างมาก เมื่อโจทย์เปลี่ยน เงื่อนไขเปลี่ยน หรือสถานการณ์ซับซ้อนขึ้น ความเข้าใจจะเริ่มสั่นคลอนทันที


ในโลกการทำงาน การเรียนรู้แบบผิวเผินมักทำให้คน พูดถึง Framework ได้อย่างมั่นใจ แต่ยังไม่สามารถใช้มันออกแบบการตัดสินใจหรือระบบงานจริงได้


การเข้าใจถึงแก่น: เข้าใจว่าทำไม ไม่ใช่แค่ว่าอะไร


การเข้าใจถึงแก่น คือการขยับจากการจำคำตอบ ไปสู่การเข้าใจโครงสร้างความคิดเบื้องหลัง แนวคิดหนึ่ง ๆ ไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่มักถูกสร้างมาเพื่อแก้ปัญหาบางอย่าง ภายใต้สมมติฐานบางชุด และมีข้อจำกัดในตัวเอง


เมื่อเข้าใจถึงระดับนี้ เราจะไม่ยึดติดกับรูปแบบภายนอก แต่สามารถอธิบายได้ว่าเหตุใดแนวคิดนั้นจึงทำงานแบบนั้น เชื่อมโยงมันกับแนวคิดอื่นได้ และที่สำคัญคือสามารถปรับใช้กับบริบทใหม่ ๆ ได้ แม้รายละเอียดปลีกย่อยจะเลือนไปบ้างก็ตาม


ความเข้าใจลักษณะนี้ไม่ได้ทำให้เราแค่ “ใช้ Framework เป็น” แต่ทำให้เรา ออกแบบวิธีคิดใหม่ จากหลักการเดียวกันได้ นี่คือความต่างระหว่างการเก็บข้อมูลไว้ในหัว กับการสร้างโครงสร้างความคิดในสมอง


ผลกระทบต่อการคิดและผลงาน


ระดับความลึกของการเรียนรู้ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการตัดสินใจและการแก้ปัญหา การเรียนรู้แบบผิวเผินอาจเพียงพอในสถานการณ์ที่คุ้นเคยและมีคำตอบชัดเจน แต่จะเปราะบางมากเมื่อเผชิญกับความไม่แน่นอน ความซับซ้อน หรือแรงกดดัน


ในทางกลับกัน การเข้าใจถึงแก่นช่วยให้เกิดการถ่ายโอนความรู้ เราสามารถนำแนวคิดเดียวกันไปใช้ในบริบทใหม่ วิจารณ์มันอย่างมีเหตุผล หรือผสมผสานกับแนวคิดอื่นเพื่อสร้างทางเลือกที่ดีกว่า นี่คือทักษะสำคัญของการคิดเชิงกลยุทธ์ ไม่ว่าจะในระดับบุคคล ทีม หรือองค์กร


จะขยับจาก “ผิว” ไปสู่ “แก่น” ได้อย่างไร


การเรียนรู้ให้ลึกขึ้นไม่ได้เริ่มจากการอ่านมากขึ้น แต่เริ่มจากการตั้งคำถามที่ต่างออกไป แทนที่จะถามว่านิยามคืออะไร ลองถามว่าแนวคิดนี้ถูกสร้างมาเพื่อแก้ปัญหาอะไร และทำไมวิธีนี้ถึงถูกเลือก แทนที่จะถามว่าใช้ยังไง ลองถามว่ากรณีไหนที่ไม่ควรใช้ หรือใช้แล้วอาจก่อผลเสีย


อีกสัญญาณหนึ่งที่บอกได้ดีว่าเราเข้าใจถึงแก่นหรือไม่ คือความสามารถในการอธิบายแนวคิดนั้นด้วยภาษาของตัวเอง หากยังต้องพึ่งคำอธิบายต้นฉบับหรือยกตัวอย่างเดิมซ้ำ ๆ แสดงว่าเรายังอยู่ที่ผิว แต่ถ้าเราสามารถอธิบายได้หลายแบบ หลายบริบท โครงสร้างความคิดนั้นกำลังถูกสร้างขึ้นจริง ๆ


การถามตัวเองว่าเราอยู่ตรงไหน


ในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูล Framework และ Buzzword ความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่ว่าใครรู้จักแนวคิดมากกว่า แต่อยู่ที่ว่าใครเข้าใจมันลึกพอจะนำไปใช้กับสถานการณ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อนได้


คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “ฉันรู้เรื่องนี้หรือยัง” แต่คือ

“ถ้าบริบทเปลี่ยน ฉันยังใช้ความคิดนี้ได้อยู่หรือไม่”


คำตอบของคำถามนี้ จะบอกได้ชัดเจนว่า เรากำลังเรียนรู้แบบผิวเผิน หรือกำลังเข้าใจถึงแก่นจริง ๆ

 
 
 

ความคิดเห็น


ติดตามข่าวสารและอัปเดตจาก dots.

Thanks for subscribing.

bottom of page