top of page

สิ่งที่ทำให้คนคิดสร้างสรรค์ ไม่ใช่การมีไอเดียใหม่ แต่คือการเชื่อมโยงที่ดีกว่า

  • 4 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

เรามักเข้าใจว่าคนคิดสร้างสรรค์คือคนที่ “มีไอเดียใหม่ตลอดเวลา” ราวกับว่าสมองของเขาผลิตความคิดสดใหม่จากอากาศเปล่า แต่ในความเป็นจริง งานวิจัยด้านความคิดสร้างสรรค์กลับชี้ไปในทิศทางตรงข้ามอย่างน่าสนใจ

ความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้เกิดจากการมีข้อมูลมากกว่าใคร แต่เกิดจากการ เชื่อมโยงสิ่งที่มีอยู่แล้วได้ดีกว่าใคร


คนที่ดูเหมือนมีไอเดียไม่รู้จบ แท้จริงแล้วไม่ได้คิดมากกว่า แต่คิด “เชื่อม” มากกว่า


ความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้เริ่มจากความว่าง แต่เริ่มจากคลังประสบการณ์เดิม


ไม่มีไอเดียใดเกิดขึ้นในสุญญากาศ ทุกความคิดใหม่ล้วนประกอบขึ้นจากเศษเสี้ยวของความรู้ ประสบการณ์ และภาพจำที่เรามีอยู่แล้ว สิ่งที่ทำให้คนหนึ่งดูสร้างสรรค์กว่าอีกคน ไม่ใช่เพราะเขารู้มากกว่าเสมอไป แต่เพราะเขาสามารถนำสิ่งที่รู้อยู่แล้วจากหลายบริบทมา “วางติดกัน” ในแบบที่คนอื่นไม่เคยมอง


ในขณะที่หลายคนคิดเป็นเส้นตรง คนคิดสร้างสรรค์คิดเป็นโครงข่าย


ปัญหาของคนทำงานจำนวนมาก ไม่ใช่ขาดไอเดีย แต่ขาดการเชื่อมโยง


ในโลกการทำงาน เรามักเห็นคนที่ “เก่งเฉพาะด้าน” แต่ติดขัดเมื่อเจอโจทย์ใหม่ เพราะความรู้ถูกแยกเป็นส่วน ๆ อยู่ในไซโล การประชุมเต็มไปด้วยข้อมูล รายงาน และอินไซต์ แต่กลับไม่เกิดไอเดียใหม่ เพราะแต่ละข้อมูลไม่เคยถูกเชื่อมเข้าหากันอย่างแท้จริง


ไอเดียจึงไม่ใช่สิ่งที่ต้องหาเพิ่ม แต่เป็นสิ่งที่ต้อง “จัดความสัมพันธ์ใหม่”


การเชื่อมโยงที่ดี เริ่มจากการมองเห็น ไม่ใช่การคิดเร็ว


รากฐานของการเชื่อมโยงคือ “การสังเกต” กล่าวคือคนส่วนใหญ่มองเห็นสิ่งต่าง ๆ ผ่านกรอบเดิม หน้าที่เดิม และสมมติฐานเดิม ขณะที่คนคิดสร้างสรรค์จะสังเกตความเหมือน ความต่าง และรูปแบบที่ซ่อนอยู่ระหว่างสิ่งที่ดูไม่เกี่ยวกัน


เมื่อการสังเกตลึกขึ้น การเชื่อมโยงก็เกิดขึ้นเอง ไม่ใช่เพราะคิดเก่งกว่า แต่เพราะเห็นมากกว่า


ทำไมข้อจำกัดจึงช่วยให้เชื่อมโยงได้ดีขึ้น


น่าสนใจว่า ความคิดสร้างสรรค์มักไม่ได้เบ่งบานในสภาวะที่ “อิสระเต็มที่” แต่เกิดได้ดีในกรอบที่ชัดเจน

ข้อจำกัดบังคับให้สมองเลิกพึ่งทางลัด และเริ่มค้นหาความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างทรัพยากรที่มีอยู่


เมื่อเราไม่สามารถเพิ่มอะไรใหม่ได้ เราจึงเริ่มเชื่อมสิ่งเดิมให้ฉลาดขึ้น


คนคิดสร้างสรรค์ไม่ได้ถามว่า “จะคิดอะไรใหม่” แต่ถามว่า “อะไรเชื่อมกับอะไรได้อีก”


ความแตกต่างที่แท้จริงอยู่ที่คำถามในหัว

แทนที่จะถามว่า “เราจะมีไอเดียใหม่ได้อย่างไร”

คนคิดสร้างสรรค์มักถามว่า


  • สิ่งนี้คล้ายกับอะไรที่เราเคยเจอ

  • ถ้าเอาหลักการจากอีกบริบทมาใช้ตรงนี้จะเกิดอะไรขึ้น

  • ปัญหานี้เคยถูกแก้ในโลกอื่นหรือไม่


คำถามเหล่านี้เปิดพื้นที่ให้การเชื่อมโยงเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ


ความคิดสร้างสรรค์จึงไม่ใช่เรื่องของพรสวรรค์ แต่คือคุณภาพของการเชื่อมโยง


เมื่อมองในมุมนี้ ความคิดสร้างสรรค์ไม่ใช่เรื่องลึกลับ และไม่ใช่สิ่งที่มีเฉพาะคนบางกลุ่ม หากแต่มันคือทักษะของการมองความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่คนอื่นมองว่าแยกจากกัน


ในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูล ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่การไม่มีไอเดีย แต่คือการยังเชื่อมโยงได้ไม่ดีพอ


และข่าวดีคือ การเชื่อมโยง เป็นทักษะที่ฝึกได้เสมอ

 
 
 

ความคิดเห็น


ติดตามข่าวสารและอัปเดตจาก dots.

Thanks for subscribing.

bottom of page