top of page

ทำไม “อคติ” ถึงเป็นสิ่งที่เกิดจากการเรียนรู้

  • 10 ก.พ.
  • ยาว 1 นาที

หลายคนเชื่อว่าอคติคือปัญหาทางศีลธรรม เป็นเรื่องของเจตนา หรือเป็นนิสัยไม่ดีของ “คนบางประเภท” แต่หลักฐานจากจิตวิทยาและพฤติกรรมศาสตร์ชี้ไปในทิศทางที่ต่างออกไปอย่างชัดเจน อคติส่วนใหญ่ ไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจโดยรู้ตัวหากแต่เป็นผลลัพธ์ของกระบวนการเรียนรู้ที่ค่อย ๆ สะสมผ่านสังคม ประสบการณ์ และการทำซ้ำอย่างยาวนาน


การเข้าใจอคติในฐานะ “สิ่งที่ถูกเรียนรู้” ไม่ได้มีไว้เพื่อแก้ตัวให้พฤติกรรมลำเอียง แต่เพื่อทำให้เราแก้ปัญหานี้ได้อย่างเป็นจริงมากขึ้น


อคติเติบโตจากการเรียนรู้


ตั้งแต่วัยเด็ก เราเรียนรู้โลกผ่านแบบแผน (patterns) ที่สังคมส่งให้เราอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากครอบครัว โรงเรียน สื่อ ภาษา มุกตลก หรือแม้แต่นโยบายขององค์กร สมองมนุษย์ถูกออกแบบมาให้เชื่อมโยงสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ เข้าด้วยกันอย่างอัตโนมัติ เพื่อประหยัดพลังงานในการตัดสินใจ


เมื่อบางกลุ่มคนถูกเชื่อมโยงกับคุณลักษณะบางอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า สมองจะ “เรียนรู้ความเชื่อมโยงนั้น” โดยไม่ต้องมีการตัดสินใจทางศีลธรรมใด ๆ เกิดขึ้น นี่คือเหตุผลที่อคติจำนวนมากทำงานในระดับที่เราไม่รู้ตัว และอธิบายได้ว่าทำไมคนที่ตั้งใจดี มีค่านิยมเท่าเทียม ก็ยังแสดงพฤติกรรมลำเอียงได้


อคติทำงานเหมือน “นิสัย” มากกว่าความคิดเห็น


งานวิจัยจำนวนมากอธิบายอคติ โดยเฉพาะอคติแบบอัตโนมัติ ว่ามีลักษณะคล้าย นิสัยที่ถูกฝึกมานาน มากกว่าความคิดที่เรานั่งเลือกทุกเช้า นั่นหมายความว่า การบอกตัวเองว่า “อย่าลำเอียง” มักได้ผลน้อยมาก เหมือนกับการพยายามเลิกนิสัยบางอย่างด้วยความตั้งใจเพียงอย่างเดียว


นิสัยเกิดจากการทำซ้ำในบริบทเดิม ๆ และอคติก็เช่นกัน มันถูกกระตุ้นโดยสถานการณ์ ภาษา ภาพ หรือแรงกดดันทางสังคมแบบเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า การเปลี่ยนมันจึงไม่ใช่เรื่องของการ “คิดใหม่ครั้งเดียว” แต่เป็นกระบวนการฝึกตอบสนองแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง


การ “เลิกอคติ” คือการเรียนรู้ใหม่ ไม่ใช่การลบของเก่า


หากอคติคือสิ่งที่ถูกเรียนรู้ การจัดการกับมันจึงต้องใช้กระบวนการเดียวกับการเปลี่ยนนิสัย งานวิจัยพบว่าการลดอคติได้ผลมากกว่าเมื่อเรา


  • ตระหนักรู้ว่าอคติถูกกระตุ้นขึ้นเมื่อไร

  • ฝึกตั้งคำถามกับสมมติฐานอัตโนมัติของตัวเอง

  • เปิดมุมมองผ่านการสวมบทบาทและการมองจากฝั่งตรงข้าม

  • และมีโครงสร้างสนับสนุน เช่น ขั้นตอนตัดสินใจที่ชัดเจน หรือเกณฑ์ที่ลดพื้นที่ของดุลยพินิจส่วนบุคคล


ผลลัพธ์ของการ “เรียนรู้ใหม่” มักไม่ชัดเจนในระยะสั้น และแทบไม่เคยทำให้อคติหายไปทั้งหมด แต่สามารถทำให้อคติอ่อนแรงลง ควบคุมได้มากขึ้น และส่งผลต่อพฤติกรรมจริงน้อยลง


มุมมองที่แม่นยำกว่า: อคติจัดการได้ แต่ต้องจริงจัง


การมองว่าอคติเป็นสิ่งที่เรียนรู้ เปลี่ยนวิธีที่เราควรรับมือกับมันโดยสิ้นเชิง จากการโทษเจตนาของปัจเจก ไปสู่การออกแบบระบบ การฝึกฝน และสภาพแวดล้อมที่ช่วยลดผลของอคติในชีวิตจริง


ประโยคที่สะท้อนหลักฐานได้ดีที่สุดอาจไม่ใช่

“เราต้องเลิกมีอคติ”

แต่เป็น

“อคติคือสิ่งที่ถูกเรียนรู้โดยไม่รู้ตัว และสามารถถูกจัดการได้ด้วยการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและโครงสร้างที่เหมาะสม แม้มันอาจไม่หายไปทั้งหมด”


ในโลกที่การตัดสินใจซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ ความเข้าใจอคติในฐานะกระบวนการเรียนรู้ ไม่เพียงช่วยให้เราเมตตาต่อตัวเองมากขึ้น แต่ยังทำให้การสร้างความยุติธรรม เท่าเทียม และการตัดสินใจที่ดีขึ้น เป็นเรื่องที่ทำได้จริงมากกว่าเดิม

 
 
 

ความคิดเห็น


ติดตามข่าวสารและอัปเดตจาก dots.

Thanks for subscribing.

bottom of page