top of page

ทำไม Empathy ถึงเป็นประเด็นร้อนของการบริหารคนในปัจจุบัน

  • 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

หากย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน คุณสมบัติของผู้นำที่องค์กรให้ความสำคัญมักเป็นเรื่องของการตัดสินใจที่เด็ดขาด การควบคุมงาน และการผลักดันให้ทีมบรรลุเป้าหมาย แต่ในปัจจุบัน คำว่า Empathy กลับถูกพูดถึงในแทบทุกวงการ ตั้งแต่การบริหารคน การพัฒนาผู้นำ ไปจนถึงวัฒนธรรมองค์กร


หลายคนอาจมองว่านี่เป็นเพียงกระแสใหม่ของการบริหาร แต่ความจริงแล้ว Empathy กลายเป็นประเด็นสำคัญ เพราะธรรมชาติของการทำงานได้เปลี่ยนไป จนการเข้าใจผู้คนกลายเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพขององค์กรโดยตรง


♥️ งานที่ยากขึ้น ไม่ได้ต้องการคนที่เก่งที่สุด แต่ต้องการคนที่ทำงานร่วมกันได้


ปัญหาในการทำงานปัจจุบันมักไม่มีคำตอบที่ถูกเพียงข้อเดียว การตัดสินใจหนึ่งครั้งต้องอาศัยข้อมูลจากหลายฝ่าย ซึ่งแต่ละฝ่ายต่างมีเป้าหมาย ข้อจำกัด และมุมมองที่แตกต่างกัน หากทุกคนยึดติดกับเหตุผลของตัวเอง ความขัดแย้งก็เกิดขึ้นได้ง่าย


Empathy จึงเป็นความสามารถในการมองโลกจากมุมของอีกฝ่าย เพื่อเข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงคิดและตัดสินใจเช่นนั้น เมื่อเข้าใจบริบท การหาทางออกร่วมกันก็ง่ายกว่าการพยายามเอาชนะกัน


♥️ องค์กรยุคใหม่สร้างคุณค่าจากความร่วมมือ มากกว่าการสั่งการ


ในอดีต การบริหารแบบสั่งการอาจเพียงพอ เพราะงานจำนวนมากเป็นงานที่มีขั้นตอนชัดเจน แต่เมื่อการทำงานต้องอาศัยการแลกเปลี่ยนความรู้และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน สิ่งที่องค์กรต้องการไม่ใช่เพียงคนที่ทำตามคำสั่ง แต่คือคนที่กล้าเสนอความคิดเห็นและกล้าพูดเมื่อเห็นความเสี่ยง


สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น หากผู้คนรู้สึกว่าตัวเองจะถูกตัดสินหรือถูกปฏิเสธทันที การรับฟังและความพยายามที่จะเข้าใจจึงกลายเป็นพื้นฐานของการสร้างความไว้วางใจภายในทีม


♥️ ต้นทุนของการไม่เข้าใจคน สูงกว่าที่หลายองค์กรคิด


หลายองค์กรให้ความสำคัญกับการลงทุนในระบบ เทคโนโลยี หรือกระบวนการทำงาน แต่กลับมองข้ามต้นทุนที่เกิดจากการสื่อสารที่ผิดพลาดและความสัมพันธ์ที่ไม่ดีภายในทีม


การประชุมที่จบลงโดยไม่มีใครกล้าพูด ความขัดแย้งที่ถูกเก็บไว้ หรือการที่พนักงานเลือกเงียบแทนการเสนอความคิดเห็น ล้วนทำให้คุณภาพของการตัดสินใจลดลง และสุดท้ายอาจนำไปสู่การสูญเสียบุคลากรที่มีคุณค่า


ในมุมนี้ Empathy ไม่ใช่เรื่องของความใจดี แต่เป็นเครื่องมือในการลดต้นทุนที่มองไม่เห็นขององค์กร


♥️ ผู้นำที่ดี ไม่จำเป็นต้องมีคำตอบทุกเรื่อง แต่ต้องเข้าใจบริบทของผู้คน


เมื่อข้อมูลและองค์ความรู้เข้าถึงได้ง่าย ความแตกต่างของผู้นำจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าใครรู้มากกว่า แต่อยู่ที่ว่าใครสามารถรวบรวมมุมมองที่หลากหลายมาประกอบการตัดสินใจได้ดีกว่า


ผู้นำที่รีบตัดสินจากประสบการณ์ของตัวเอง มักได้รับข้อมูลเพียงบางส่วน เพราะผู้คนเลือกที่จะไม่พูด ในทางกลับกัน ผู้นำที่รับฟังอย่างจริงจังและพยายามเข้าใจข้อจำกัดของแต่ละฝ่าย มักได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนกว่า และสามารถตัดสินใจได้อย่างมีคุณภาพมากกว่า


♥️ Empathy ไม่ใช่การเห็นด้วยกับทุกคน


ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ การมี Empathy หมายถึงการตามใจคนอื่นหรือหลีกเลี่ยงการวิจารณ์ แต่แท้จริงแล้ว Empathy คือการทำความเข้าใจเหตุผลและบริบทของอีกฝ่าย ก่อนที่จะตัดสินใจ


ผู้นำสามารถปฏิเสธข้อเสนอของลูกทีมได้ สามารถให้ Feedback ที่ตรงไปตรงมาได้ หรือแม้แต่ตัดสินใจในสิ่งที่อีกฝ่ายไม่เห็นด้วยได้ ตราบใดที่อีกฝ่ายรับรู้ว่าตนได้รับการรับฟังและได้รับความเคารพ


ท้ายที่สุดแล้ว การที่ Empathy กลายเป็นประเด็นร้อนของโลกการทำงาน ไม่ใช่เพราะองค์กรต้องการให้ผู้นำอ่อนโยนมากขึ้น แต่เพราะองค์กรเริ่มตระหนักว่า การเข้าใจผู้คนคือเงื่อนไขสำคัญของการสร้างความร่วมมือ การตัดสินใจที่ดี และผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ยั่งยืน

 
 
 

ความคิดเห็น


ติดตามข่าวสารและอัปเดตจาก dots.

Thanks for subscribing.

bottom of page