top of page

ดูอย่างไรว่าอีกฝั่ง “พร้อมรับ Feedback” จริง ๆ

ในโลกการทำงาน คำถามที่ยากกว่าการ ให้ Feedback คือ “ตอนนี้เขาพร้อมฟังหรือยัง?”


หลายความตั้งใจดีล้มเหลวไม่ใช่เพราะเนื้อหาไม่ดี แต่เพราะจังหวะผิด—สมองของอีกฝั่งยังอยู่ในโหมดป้องกันตัว ไม่ใช่โหมดเรียนรู้ บทความนี้ชวนมอง “สัญญาณความพร้อม” อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ก่อนคุย ระหว่างคุย ไปจนถึงหลังคุย ในมุมที่ผู้จัดการและมืออาชีพควรสังเกต


ก่อนเริ่มคุย: เขาอยากรู้ หรือแค่อยากได้คำปลอบใจ


คนที่พร้อมรับ Feedback มักแสดงความอยากรู้อยากเห็นก่อนเสมอ ไม่ใช่รอให้ถูกเรียกไปตำหนิ พวกเขาจะถามว่า “มีอะไรที่ผมควรทำต่างไปไหม” หรือ “คุณช่วยยกตัวอย่างให้หน่อยได้ไหม” แทนที่จะถามเพื่อยืนยันว่าตัวเองโอเคอยู่แล้ว


ที่สำคัญคือท่าทีต่อการเรียนรู้ในภาพรวม หากเขาเคยสะท้อนความผิดพลาด ขอคำแนะนำ หรือเอา Feedback เดิมไปใช้จริง นั่นคือสัญญาณว่าการคุยครั้งใหม่จะไม่สูญเปล่า


ระหว่างคุย (สิ่งที่พูด): ฟังเพื่อเข้าใจ ไม่ใช่ฟังเพื่อโต้


ความพร้อมจะชัดขึ้นทันทีเมื่อบทสนทนาเริ่ม คนที่พร้อมรับ Feedback จะ ฟังจนจบ ไม่รีบแก้ตัว และตั้งคำถามเพื่อทำความเข้าใจ ไม่ใช่เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง


ประโยคอย่าง “ผมเข้าใจว่าทำไมมันถึงกระทบทีมแบบนั้น” แม้จะยังไม่เห็นด้วยทั้งหมด คือสัญญาณสำคัญของวุฒิภาวะทางอารมณ์ เพราะมันบอกว่าเขาแยก “ตัวตน” ออกจาก “พฤติกรรม” ได้


ระหว่างคุย (ภาษากาย): ระบบประสาทกำลังเปิด หรือกำลังปิด


ภาษากายมักซื่อสัตย์กว่าคำพูด ท่าทีที่เปิด—ไหล่ผ่อนคลาย แขนไม่กอดอก สบตาอย่างเป็นธรรมชาติ—บ่งบอกว่าสมองยังไม่เข้าสู่โหมดคุกคาม


ตรงกันข้าม หากอีกฝ่ายนิ่งเงียบผิดปกติ หลบตา เสียงตึง หรือท่าทางปิดตัวทันทีที่เนื้อหาวิจารณ์เริ่มขึ้น นั่นอาจไม่ใช่การ “รับฟังอย่างตั้งใจ” แต่เป็นสัญญาณว่าความปลอดภัยทางใจเริ่มลดลง


บริบทสำคัญกว่าความเป็นผู้ใหญ่


แม้คนที่มีวุฒิภาวะสูง ก็ไม่พร้อมรับ Feedback หากบริบทไม่เอื้อ ความพร้อมไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลอย่างเดียว แต่อยู่ที่ ความสัมพันธ์ และ จังหวะเวลา


หากที่ผ่านมาอีกฝ่ายถูกตัดสิน ถูกทำให้อับอาย หรือ Feedback ถูกใช้เป็นเครื่องมือประเมินคุณค่า ความพร้อมจะหายไปทันที เช่นเดียวกับการเลือกเวลาที่ผิด—หลังความล้มเหลวสด ๆ หรือในวันที่อีกฝ่ายเหนื่อยล้าเกินไป


หลังคุย: สัญญาณจริงอยู่ที่การกระทำ


บทสนทนาดีแค่ไหนยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ความพร้อมที่แท้จริงแสดงออก หลัง การคุย—เมื่อเขาลองปรับพฤติกรรม ขอให้คุณช่วยสังเกตผล หรือกลับมาขอ Feedback อีกครั้ง


คนที่ยังถามต่อ แปลว่าเขาไม่ได้รู้สึกว่าถูกโจมตี แต่รู้สึกว่าได้รับเครื่องมือพัฒนา


Feedback จะดีเมื่อถึง "เวลาที่ใช่"


Feedback ที่ดีไม่ใช่เรื่องของความกล้า แต่คือเรื่องของการอ่านสถานการณ์อย่างแม่นยำ

การรู้ว่า “เมื่อไหร่ควรพูด” สำคัญพอ ๆ กับ “จะพูดอะไร”


เพราะ Feedback ที่ให้ในวันที่อีกฝั่งยังไม่พร้อม ไม่เพียงไม่ช่วยพัฒนา แต่ยังอาจทำลายความไว้วางใจในระยะยาว


หากต้องเลือกอย่างหนึ่ง จงเลือก รอให้ระบบประสาทของอีกฝ่ายเปิดก่อน แล้วทุกคำที่พูด จะมีโอกาสถูกฟังจริง ๆ

 
 
 

ความคิดเห็น


ติดตามข่าวสารและอัปเดตจาก dots.

Thanks for subscribing.

bottom of page