top of page

คุณไม่ได้ไม่มีวินัย แค่คุณกำลังหนีความไม่สบายใจ

ในวันที่เรานั่งลงหน้าคอม เปิดไฟล์ เตรียมโน้ตทุกอย่างพร้อม แต่ผ่านไปไม่ถึงสิบนาที มือก็เอื้อมไปหยิบโทรศัพท์โดยไม่รู้ตัว หลายคนสรุปตัวเองอย่างรวดเร็วว่า “เราไม่มีวินัยพอ” หรือ “เราโฟกัสไม่เก่งเหมือนคนอื่น”

คำตัดสินนี้ฟังดูสมเหตุสมผล แต่ความจริงอาจไม่ใช่อย่างนั้นเลย


แนวคิดจากหนังสือ Indistractable ของ Nir Eyal เสนอกรอบคิดที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง—ปัญหาของการเสียสมาธิ ไม่ได้เริ่มจากการขาดวินัย แต่เริ่มจาก ความไม่สบายใจภายใน ที่เราไม่อยากเผชิญ


การเสียสมาธิ คือการตอบสนองต่ออารมณ์ ไม่ใช่ความล้มเหลวของตัวตน


โดยทั่วไป เรามักโทษเทคโนโลยีว่าเป็นผู้ร้าย โทรศัพท์ แอป หรือการแจ้งเตือนถูกมองว่าเป็นต้นเหตุของสมาธิที่หายไป แต่ในความเป็นจริง สิ่งเหล่านี้เป็นเพียง “ทางออก” ที่สมองเลือกใช้ เมื่อมันต้องเผชิญกับอารมณ์ที่ไม่สบาย


ความเบื่อ ความกังวล ความไม่มั่นใจ หรือความกลัวว่าจะทำออกมาไม่ดี ล้วนเป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยในงานที่สำคัญ เมื่อสมองรับรู้ถึงความตึงเครียด มันจะพาเราไปหาสิ่งที่ให้ความรู้สึกสบายกว่าในทันที และโทรศัพท์ก็เป็นเครื่องมือที่เข้าถึงง่ายที่สุด


ในมุมนี้ การเช็กมือถือกลางงาน ไม่ได้หมายความว่าเราอ่อนแอ แต่มันสะท้อนว่าเรากำลังหลีกเลี่ยงความรู้สึกบางอย่างที่งานนั้นกระตุ้นขึ้นมา


งานที่เราหนี มักเป็นงานที่สำคัญกับตัวตน


น่าสนใจว่า งานที่ถูกผัดวันประกันพรุ่ง มักไม่ใช่งานยากที่สุด แต่เป็นงานที่ มีความเสี่ยงทางอารมณ์ สูงที่สุด งานที่ถ้าทำพลาด อาจกระทบภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่น หรือคุณค่าที่เรามีต่อตัวเอง


การเขียนแผนกลยุทธ์ การตัดสินใจเชิงสำคัญ หรือการสร้างผลงานที่ต้องใช้ความคิดลึก ล้วนบังคับให้เราเผชิญความจริงบางอย่าง เช่น เราอาจยังไม่เก่งพอ หรือคำตอบอาจไม่ชัดอย่างที่หวัง สมองจึงเลือกหลบออกไปชั่วคราว ด้วยการเลื่อนฟีด อ่านข้อความ หรือทำสิ่งที่ไม่ต้องเสี่ยง


วินัยไม่ใช่การบังคับตัวเอง แต่คือการเข้าใจแรงต้าน


เมื่อมองการเสียสมาธิเป็นสัญญาณ ไม่ใช่ความผิดพลาด วิธีจัดการก็เปลี่ยนไปทันที แทนที่จะพยายาม “เข้มงวดกับตัวเองมากขึ้น” เราเริ่มถามคำถามที่สำคัญกว่า เช่น

งานนี้ทำให้เรารู้สึกอะไร

เรากำลังกังวลเรื่องไหนอยู่

อะไรในงานนี้ที่ยังไม่ชัดเจนจนทำให้เราอยากหนี


องค์กรและผู้นำที่เข้าใจประเด็นนี้ จะไม่เร่งเร้าเรื่อง Productivity อย่างผิวเผิน แต่จะออกแบบสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้คนทำงานกับความไม่สบายใจได้อย่างปลอดภัย ตั้งคำถามได้ ทดลองได้ และผิดพลาดได้โดยไม่ถูกตัดสิน


โฟกัสคือทักษะทางอารมณ์ ไม่ใช่คุณธรรมส่วนบุคคล


ในโลกการทำงานยุคใหม่ สมาธิไม่ใช่เรื่องของนิสัยดีหรือแย่ แต่เป็นทักษะในการอยู่กับอารมณ์ที่ยากโดยไม่ต้องรีบหนี การยอมรับว่าความไม่สบายใจเป็นส่วนหนึ่งของงานสำคัญ ช่วยให้เราหยุดโทษตัวเอง และเริ่มพัฒนาความสามารถที่แท้จริง


บางที สิ่งที่เราต้องฝึกไม่ใช่วินัยที่แข็งขึ้น แต่คือความกล้าที่จะนั่งอยู่กับความรู้สึกนั้นให้นานพอ จนเราทำงานสำคัญได้ แม้ในวันที่มันไม่สบายใจเลยก็ตาม

 
 
 

ความคิดเห็น


ติดตามข่าวสารและอัปเดตจาก dots.

Thanks for subscribing.

bottom of page