top of page

ความใจดี ไม่ใช่ Empathy - ความเข้าใจผิดที่ต้องระวังในการเป็นหัวหน้า


ในโลกของการทำงานยุคใหม่ “Empathy” กลายเป็นคำคุณศัพท์ที่ถูกยกย่องราวกับเป็นคุณสมบัติจำเป็นของผู้นำที่ดี หลายองค์กรพูดถึงการเป็นหัวหน้าที่เข้าใจลูกน้อง รับฟัง และใส่ใจความรู้สึก แต่ในทางปฏิบัติ ความตั้งใจดีเหล่านี้มักแปรเปลี่ยนเป็น “ความใจดี” ที่ไม่ได้สร้างผลลัพธ์ และในบางกรณีอาจบั่นทอนทั้งประสิทธิภาพทีมและความยุติธรรมโดยไม่รู้ตัว


ปัญหาสำคัญคือ เรามักใช้คำว่า Empathy และ Kindness แทนกัน ทั้งที่จริงแล้วสองสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน


Empathy คือ “การเข้าใจ” ไม่ใช่ “การทำ”


Empathy คือความสามารถในการเข้าใจหรือรับรู้สภาวะภายในของอีกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ ความกังวล หรือมุมมองต่อสถานการณ์ มันเป็นกระบวนการภายใน เป็นทักษะทางจิตใจที่ช่วยให้ผู้นำ “มองโลกจากมุมของคนอื่น” ได้ชัดขึ้น

แต่ Empathy เพียงอย่างเดียว ยังไม่ได้นำไปสู่การตัดสินใจหรือการกระทำใด ๆ โดยอัตโนมัติ


หัวหน้าสามารถเข้าใจความเครียดของลูกน้องอย่างลึกซึ้ง เห็นใจความเหนื่อยล้า หรือรับรู้แรงกดดันส่วนตัวได้ทั้งหมด โดยไม่จำเป็นต้องทำอะไรเปลี่ยนแปลงเลยก็ได้


Kindness คือ “การกระทำ” แม้ไม่เข้าใจทั้งหมด


ในทางตรงกันข้าม Kindness คือพฤติกรรมที่แสดงออกมา การช่วยเหลือ การพูดอย่างสุภาพ การผ่อนผัน หรือการตั้งขอบเขตอย่างอ่อนโยน ความใจดีไม่จำเป็นต้องมาจากการเข้าใจความรู้สึกลึกซึ้งเสมอไป บ่อยครั้งมันเกิดจากหลักการ หน้าที่ หรือความตั้งใจที่จะปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างเป็นธรรม


หัวหน้าที่ใจดีอาจเลือกให้โอกาส ปรับเงื่อนไขการทำงาน หรือปกป้องลูกทีม แม้จะไม่เข้าใจอารมณ์หรือสถานการณ์ส่วนตัวทั้งหมดของอีกฝ่ายก็ตาม


เมื่อผู้นำสับสนระหว่าง Empathy กับ Kindness


ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ หัวหน้าคิดว่าการ “เข้าใจ” เท่ากับการ “ต้องยอม” เมื่อรู้สึกเห็นใจลูกน้องมากเกินไป ผู้นำอาจหลีกเลี่ยงการให้ Feedback ที่จำเป็น เลื่อนการตัดสินใจยาก ๆ หรือยอมให้มาตรฐานลดลงโดยไม่ตั้งใจ นี่ไม่ใช่ Empathy ที่สร้างทีมที่แข็งแรง แต่คือ Empathy ที่กลายเป็นอคติ


ในอีกด้านหนึ่ง ความใจดีที่ขาด Empathy ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน การช่วยเหลือโดยไม่เข้าใจบริบท อาจกลายเป็นการยัดเยียดทางออกที่ไม่ตรงกับความต้องการจริง หรือสร้างความรู้สึกว่า “ถูกทำเพื่อ” มากกว่า “ถูกเข้าใจ”


ผู้นำที่ดีต้องมีทั้งสอง แต่ต้องรู้ว่าใช้อะไรเมื่อไร


Empathy ทำหน้าที่เหมือนเข็มทิศ ช่วยให้ผู้นำเข้าใจสถานการณ์ มุมมอง และผลกระทบต่อผู้คน

Kindness คือการลงมือทำ เปลี่ยนความเข้าใจนั้นให้กลายเป็นการตัดสินใจที่เป็นรูปธรรม


ผู้นำที่มีวุฒิภาวะจะไม่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ใช้ Empathy เพื่อ “เล็งเป้า” และใช้ Kindness เพื่อ “ลงมือ” โดยไม่ละทิ้งความชัดเจน ความยุติธรรม และความรับผิดชอบต่อทั้งทีม


ในท้ายที่สุด การเป็นหัวหน้าที่ดีไม่ใช่การใจดีไปทุกเรื่อง หรือเข้าใจทุกความรู้สึก แต่คือการเข้าใจอย่างลึกพอที่จะตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม และใจดีพอที่จะทำในสิ่งที่ยาก โดยไม่ทำร้ายผู้คนโดยไม่จำเป็น

 
 
 

ความคิดเห็น


ติดตามข่าวสารและอัปเดตจาก dots.

Thanks for subscribing.

bottom of page