top of page

ความคิดสร้างสรรค์ ไม่ได้เกิดจากการคิดสิ่งใหม่จากศูนย์ แต่เกิดจากการ “ต่อของเดิม” ที่ไม่มีใครเคยต่อ

  • 11 นาทีที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

เราชอบเชื่อว่าคนที่มีความคิดสร้างสรรค์คือคนที่นั่งเฉย ๆ แล้วไอเดียใหม่เอี่ยมผุดขึ้นมาจากที่ว่าง ความจริงกลับสวนทางกับภาพนั้นเกือบสิ้นเชิง เพราะไอเดียใหม่ที่ทรงพลังส่วนใหญ่ ไม่ได้ถูกสร้างจากศูนย์ แต่ถูก “ประกอบ” ขึ้นจากชิ้นส่วนที่มีอยู่แล้วในโลก เพียงแต่ไม่เคยมีใครเอาชิ้นเหล่านั้นมาต่อกันในแบบนี้มาก่อน


🧠 ของใหม่ คือของเก่าที่ถูกจัดวางใหม่


แนวคิดนี้มีชื่อว่า “Combinatorial Creativity” หรือความคิดสร้างสรรค์เชิงประกอบสร้าง Eric Schmidt อดีตซีอีโอของ Google เคยเสนอไว้ว่าเรากำลังเข้าสู่ยุคของ “นวัตกรรมเชิงประกอบ” ที่เกิดขึ้นเมื่อมีชิ้นส่วนหลากหลายพร้อมให้หยิบมารวมกันได้ง่ายขึ้นเรื่อย ๆ นักคิดอย่าง Arthur Koestler และ Margaret Boden ก็อธิบายในทำนองเดียวกันว่า การสร้างสรรค์คือการนำความคิดที่คุ้นเคยมารวมกันใหม่ จนได้ผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจในการจัดวางแบบใหม่


จุดสำคัญที่ทำให้มันเป็นทักษะการคิด “ขั้นสูง” อยู่ที่คำว่าประกอบสร้างไม่เท่ากับการเอามาวางต่อกันเฉย ๆ สมาร์ตโฟนไม่ใช่แค่โทรศัพท์บวกกล้องบวกอินเทอร์เน็ตวางเรียงกัน แต่คือการหลอมสามสิ่งจนเกิดคุณสมบัติใหม่ที่ไม่มีในชิ้นส่วนตั้งต้นเลย นี่คือความต่างระหว่างการ “กองรวม” กับการ “สังเคราะห์” ที่ตรงกับขั้นบนสุดของ Bloom’s Taxonomy คือขั้น “สร้างสรรค์”


🧠 ทำไมการต่อยอด ถึงยากกว่าการคิดใหม่


หลายคนแอบรู้สึกว่าการคิดใหม่จากศูนย์คือความสามารถที่สูงกว่า ทั้งที่ในทางปฏิบัติการต่อยอดของเดิมยากกว่าเสียอีก เพราะมันต้องการสองอย่างพร้อมกัน หนึ่งคือคลังวัตถุดิบในหัวที่กว้างพอ และสองคือสายตาที่มองเห็นความเชื่อมโยงที่คนอื่นมองข้าม คนที่อ่านแค่เรื่องในสายงานตัวเอง มักต่อได้แต่ของที่ใคร ๆ ก็ต่อเป็น ส่วนคนที่หยิบตรรกะจากอีกวงการมาแก้ปัญหาในวงการตัวเอง คือคนที่มีวัตถุดิบข้ามแดน


เจ้าของร้านอาหารที่เอาระบบคิวแบบโรงพยาบาลมาจัดการหน้าร้านช่วงพีค ไม่ได้ประดิษฐ์อะไรใหม่ในโลก เขาแค่เห็นว่า “ปัญหาคนล้นและรอไม่รู้จบ” ในสองบริบทนี้เป็นปัญหาเดียวกัน การมองเห็นความเหมือนที่ซ่อนอยู่ใต้เปลือกที่ต่างกัน คือหัวใจของการคิดเชิงประกอบสร้าง และมันเป็นทักษะที่ฝึกได้ ไม่ใช่พรสวรรค์ที่ติดตัวมาแต่เกิด


🧠 ฝึกคิดแบบสะสมชิ้นส่วน


ถ้าความคิดสร้างสรรค์คือการต่อชิ้นส่วน วิธีพัฒนามันจึงไม่ใช่การนั่งเค้นให้ไอเดียโผล่ แต่คือการตั้งใจสะสมชิ้นส่วนให้หลากหลายกว่าเดิม และฝึกตั้งคำถามว่า “เรื่องนี้มันคล้ายกับอะไรที่ฉันเคยเจอในที่อื่น” คนที่จงใจอ่านข้ามสาย คุยกับคนต่างอาชีพ และเก็บวิธีแก้ปัญหาจากบริบทที่ไม่เกี่ยวกับงานตัวเอง กำลังเติมคลังวัตถุดิบเงียบ ๆ ทุกวัน แล้ววันหนึ่งเมื่อเจอโจทย์ใหม่ ชิ้นส่วนเหล่านั้นก็พร้อมถูกหยิบมาต่อ


สิ่งที่วกกลับมาที่วิธีคิดคือ อย่ารอให้ตัวเอง “คิดออก” ทั้งก้อน แต่ให้ฝึกถามว่าโจทย์ตรงหน้าประกอบด้วยชิ้นส่วนอะไรบ้าง และแต่ละชิ้นเราเคยเห็นทางแก้ที่ไหนมาก่อน ความคิดสร้างสรรค์ที่ดูเหมือนพรวิเศษ เมื่อมองใกล้ ๆ มักเป็นแค่คนที่มีชิ้นส่วนในหัวเยอะกว่า และกล้าเอามาต่อกันในแบบที่คนอื่นไม่เคยลอง คนที่คิดใหม่ได้เก่ง จึงไม่ใช่คนที่เริ่มจากที่ว่าง แต่คือคนที่ไม่เคยปล่อยให้หัวของตัวเองว่างเปล่าตั้งแต่แรก


——————————————————

หากองค์กรของคุณกำลังมองหาหลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะการคิดและ Soft Skills ให้กับทีมงาน


dots academy ให้บริการ In-house Training ที่ออกแบบให้เหมาะกับบริบทของแต่ละองค์กร ถ่ายทอดโดยเทรนเนอร์ที่ได้รับการรับรองระดับนานาชาติ พร้อมประสบการณ์ด้านการอบรมและพัฒนาองค์กรมากกว่า 10 ปี


หลักสูตรครอบคลุมหัวข้อ เช่น


✏️Analytical Thinking

✏️Critical Thinking

✏️Strategic Thinking

✏️Six Thinking Hats

✏️Business Storytelling


สนใจสอบถามรายละเอียดหรือปรึกษาการออกแบบหลักสูตรสำหรับองค์กรของคุณได้ทาง LINE @dots

 
 
 

ความคิดเห็น


ติดตามข่าวสารและอัปเดตจาก dots.

Thanks for subscribing.

bottom of page