Planning Fallacy: ทำไมงานที่ “น่าจะเสร็จศุกร์นี้” ถึงลากไปถึงศุกร์หน้าเกือบทุกครั้ง
- 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

“เดี๋ยวน่าจะเสร็จภายในศุกร์นี้” เป็นประโยคที่เราพูดกันในที่ทำงานแทบทุกสัปดาห์ และก็เป็นประโยคที่ผิดบ่อยที่สุดประโยคหนึ่งด้วย ที่น่าฉงนคือเราไม่ได้พูดมันเพราะไร้ประสบการณ์ หลายคนที่พูดประโยคนี้เคยพลาดกำหนดส่งมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่พอถึงงานชิ้นใหม่ ก็ยังประเมินสั้นเข้าไว้เหมือนเดิม
🔥 กับดักที่รู้ทั้งรู้ก็ยังตก
Daniel Kahneman และ Amos Tversky เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “Planning Fallacy” หรือกับดักการวางแผน มันคือแนวโน้มที่เราจะประเมินเวลาและต้นทุนของงานต่ำกว่าความจริง ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่างานคล้าย ๆ กันในอดีตใช้เวลานานกว่านั้นมาก สิ่งที่ทำให้มันน่าสนใจคือความดื้อของมัน กับดักนี้เกิดขึ้นทั้งกับงานเล็กอย่างงานบ้านประจำวัน ไปจนถึงโครงการก่อสร้างระดับชาติ และไม่ได้หายไปแม้เราจะเตือนตัวเองแล้วก็ตาม
คำอธิบายที่ Kahneman เสนอ ไม่ได้โทษว่าเราขี้เกียจหรือโลกสวย แต่ชี้ว่าเรากำลังมองงานจาก “มุมที่ผิด” และมุมที่ผิดนี้เองที่ทำให้คนฉลาดและมีประสบการณ์ยังประเมินพลาดซ้ำ ๆ
🔥 มุมจากข้างใน กับ มุมจากข้างนอก
เวลาประเมินงานชิ้นหนึ่ง เรามักใช้สิ่งที่เรียกว่า “inside view” หรือมุมจากข้างใน คือจินตนาการไล่ไปทีละขั้นว่างานนี้ต้องทำอะไรบ้าง แล้วบวกเวลาแต่ละขั้นเข้าด้วยกัน ปัญหาคือภาพในหัวเป็นเวอร์ชันที่ทุกอย่างราบรื่น ไม่มีคนลาป่วย ไม่มีลูกค้าเปลี่ยนใจ ไม่มีไฟล์หาย ไม่มีงานแทรก มุมนี้จึงให้ตัวเลขที่สวยเกินจริงเสมอ เพราะมันโฟกัสที่รายละเอียดเฉพาะของงานตรงหน้า จนลืมว่างานจริงมักไม่เดินตรงตามแผน
ทางแก้ที่ Kahneman เสนอคือ “outside view” หรือมุมจากข้างนอก แทนที่จะถามว่า “งานนี้ควรใช้เวลาเท่าไร” ให้ถามว่า “งานลักษณะนี้ที่ผ่านมา จริง ๆ แล้วใช้เวลาเท่าไร” คำถามสองข้อนี้ฟังดูคล้ายกัน แต่ให้คำตอบต่างกันมาก เพราะข้อหลังบังคับให้เราหันไปดูข้อมูลจริงจากอดีต แทนที่จะเชื่อภาพในจินตนาการ และข้อมูลจากอดีตมักพูดความจริงที่จินตนาการไม่อยากบอก
🔥 เปลี่ยนวิธีถาม ก่อนเปลี่ยนตัวเลข
สิ่งที่หยิบไปใช้ได้ทันทีในงานจริงคือ ก่อนจะให้กำหนดส่งใคร ลองถามตัวเองว่างานแบบนี้ครั้งก่อน ๆ ใช้เวลาจริงเท่าไร ไม่ใช่ใช้เวลาเท่าไรในแผนที่วางไว้ ถ้าจำได้ว่าเคยตั้งใจว่าสามวันแต่จริงลากไปหนึ่งสัปดาห์ นั่นคือข้อมูล outside view ที่ควรเชื่อมากกว่าความรู้สึกมั่นใจในวันนี้ อีกวิธีที่ช่วยได้คือแยกคนประเมินกับคนทำออกจากกันบ้าง เพราะคนที่ไม่ได้อินกับรายละเอียดของงาน มักมองเห็นความเสี่ยงที่คนทำมองข้าม
แก่นของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่การเผื่อเวลาให้เยอะไว้ก่อน เพราะนั่นเป็นแค่การแก้ปลายเหตุ แต่อยู่ที่การรู้ทันว่าโดยธรรมชาติ สมองเราประเมินจากภาพที่ทุกอย่างราบรื่นเสมอ เมื่อรู้ว่าเครื่องมือวัดในหัวเราเอียงไปทางไหน เราก็ปรับการอ่านค่าได้ การวางแผนที่แม่นขึ้นจึงไม่ได้เริ่มจากการมีวินัยมากขึ้น แต่เริ่มจากการเปลี่ยนคำถามที่เราใช้ถามตัวเองตั้งแต่ต้น
——————————————————
หากองค์กรของคุณกำลังมองหาหลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะการคิดและ Soft Skills ให้กับทีมงาน
dots academy ให้บริการ In-house Training ที่ออกแบบให้เหมาะกับบริบทของแต่ละองค์กร ถ่ายทอดโดยเทรนเนอร์ที่ได้รับการรับรองระดับนานาชาติ พร้อมประสบการณ์ด้านการอบรมและพัฒนาองค์กรมากกว่า 10 ปี
หลักสูตรครอบคลุมหัวข้อ เช่น
✏️Analytical Thinking
✏️Critical Thinking
✏️Strategic Thinking
✏️Six Thinking Hats
✏️Business Storytelling
สนใจสอบถามรายละเอียดหรือปรึกษาการออกแบบหลักสูตรสำหรับองค์กรของคุณได้ทาง LINE @dots