top of page

Ambiguity Aversion: เราไม่ได้กลัว “ความเสี่ยง” เรากลัว “การไม่รู้ว่าเสี่ยงแค่ไหน”

21 นาทีที่ผ่านมา
ยาว 1 นาที

คนที่เรามองว่า “กล้าเสี่ยง” กับคนที่เรามองว่า “ระมัดระวัง” อาจไม่ได้ต่างกันที่ความกล้าเลย ความต่างจริง ๆ อยู่ที่ว่าใครทนกับการ “ไม่รู้ตัวเลข” ได้นานกว่ากัน


ปี 1961 นักเศรษฐศาสตร์ชื่อ Daniel Ellsberg ทำการทดลองที่กลายเป็นตำนาน เขาวางโถสองใบตรงหน้าคน โถแรกบอกชัดว่ามีลูกบอลแดง 50 ลูก ดำ 50 ลูก โถที่สองมีลูกบอลรวมร้อยลูกเหมือนกัน แต่ไม่บอกว่าแดงกี่ลูกดำกี่ลูก แล้วให้เลือกว่าจะเดิมพันกับโถไหน


คนส่วนใหญ่เลือกโถแรก ทั้งที่ในทางคณิตศาสตร์ โอกาสของสองโถไม่ได้ต่างกันเลย สิ่งที่ต่างคือโถแรก “รู้ว่าเสี่ยงแค่ไหน” ส่วนโถที่สอง “ไม่รู้ว่าเสี่ยงแค่ไหน” และสมองของเราตีความสองอย่างนี้คนละแบบกันอย่างสิ้นเชิง


ปรากฏการณ์นี้มีชื่อว่า Ambiguity Aversion หรือ “ความรังเกียจความคลุมเครือ” มันคือการที่เราชอบความเสี่ยงที่วัดได้ มากกว่าความเสี่ยงที่วัดไม่ได้ แม้ผลลัพธ์ที่คาดหวังจะเท่ากันหรือแย่กว่าก็ตาม


🧠 มันโผล่มาในที่ทำงานบ่อยกว่าที่คิด


ทีมหนึ่งต้องเลือกระหว่างขยายไปตลาดเดิมที่รู้จักดี กับทดลองกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ยังไม่มีข้อมูล ตลาดเดิมโตช้าและใกล้ตัน แต่ทุกคนพยักหน้าให้มันเพราะ “อย่างน้อยก็พอเดาได้ว่าจะได้เท่าไหร่” ส่วนกลุ่มใหม่ถูกเลื่อนไปเป็นเฟสสอง ซึ่งแปลว่าไม่มีวันเกิด


หัวหน้าคนหนึ่งต้องเลือกคนขึ้นตำแหน่ง ระหว่างคนที่ทำงานเดิมได้นิ่งมาสามปี กับคนที่ยังไม่เคยเห็นในบทบาทนี้แต่มีสัญญาณดีหลายอย่าง คนแรกถูกเลือก ไม่ใช่เพราะเก่งกว่า แต่เพราะ “รู้ว่าจะได้อะไร” ต่อให้สิ่งที่ได้นั้นจะไม่ใช่สิ่งที่ทีมต้องการในปีหน้าก็ตาม


สังเกตให้ดีจะเห็นว่าทั้งสองกรณี เราไม่ได้เลือกทางที่ดีกว่า เราเลือกทางที่ “อธิบายได้ง่ายกว่า” และความง่ายในการอธิบายนี่เองที่หลอกเราว่ามันคือเหตุผลที่ดี


🧠 ต้นทุนที่ไม่มีใครบันทึก


สิ่งที่ทำให้ Ambiguity Aversion อันตรายกว่ากับดักความคิดตัวอื่น คือมันไม่เคยทิ้งหลักฐานไว้ให้เห็น


เวลาเราเลือกทางที่รู้ผลแน่นอนแล้วผลออกมาพอใช้ได้ ไม่มีใครมานั่งถามว่าอีกทางหนึ่งจะให้อะไรมากกว่านี้ไหม เพราะอีกทางนั้นไม่ได้เกิดขึ้น มันจึงไม่มีตัวเลขให้เปรียบเทียบ ไม่มีบทเรียนให้ถอด ไม่มีอะไรเลยนอกจากความรู้สึกปลอดภัยที่เราได้รับตอนตัดสินใจ


องค์กรจำนวนมากจึงสะสม “ทางเลือกที่ปลอดภัยพอดี” ไว้เป็นร้อยครั้งต่อปี โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังค่อย ๆ เลือกความนิ่งแทนการเติบโต ปีต่อปีมันดูสมเหตุสมผลทุกครั้ง แต่พอมองย้อนกลับไปห้าปี กลับหาไม่เจอว่าจุดไหนที่เราตัดสินใจผิด เพราะไม่มีจุดไหนที่ผิดชัด ๆ เลยสักจุด


🧠 ทางออกไม่ใช่การกล้าขึ้น แต่คือการแปลงความคลุมเครือให้เป็นคำถาม


หลายคนพอรู้จักกับดักนี้แล้วก็สรุปว่าต้องฝึกให้ตัวเองกล้าเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งเป็นการอ่านผิดจุด เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ระดับความกล้า แต่อยู่ที่เราปล่อยให้ “ไม่รู้” กับ “ไม่ดี” กลายเป็นคำเดียวกันในหัว


วิธีคิดที่ช่วยได้จริงกว่าคือ เวลารู้สึกว่าทางเลือกหนึ่งน่ากลัวเพราะข้อมูลไม่พอ ให้หยุดแล้วถามว่า “ข้อมูลอะไรที่ถ้ามีแล้วจะเปลี่ยนคำตอบของเรา” คำถามนี้เปลี่ยนสถานะของทางเลือกนั้นทันที จากเดิมที่มันเป็นก้อนหมอกที่ต้องหลบ กลายเป็นรายการงานที่ทำได้ บางครั้งคำตอบคือทดลองเล็ก ๆ สองสัปดาห์ บางครั้งคือคุยกับลูกค้าห้าคน บางครั้งคือแค่ยอมรับว่าเราจะไม่มีวันรู้ก่อนตัดสินใจ ซึ่งก็เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์เหมือนกัน


อีกคำถามที่ควรอยู่ในกระเป๋าคือ “ความแน่นอนที่เรากำลังซื้อ ราคาเท่าไหร่” เพราะทุกครั้งที่เลือกทางที่ประเมินได้ เรากำลังจ่ายส่วนต่างของสิ่งที่อีกทางอาจให้ได้ ถ้าส่วนต่างนั้นเล็ก การเลือกความแน่นอนคือการตัดสินใจที่ดี แต่ถ้าส่วนต่างมันใหญ่และเราเลือกความแน่นอนเพราะมันสบายใจกว่า นั่นไม่ใช่ความรอบคอบ นั่นคือการจ่ายเงินซื้อความสบายใจโดยไม่รู้ราคา


🧠 รู้เท่าทันตัวเองเวลาต้องเลือก


ความรอบคอบที่แท้จริงไม่ได้แปลว่าเลือกสิ่งที่มีตัวเลขรองรับเสมอ แต่แปลว่ารู้ว่าเรากำลังตัดสินใจบนข้อมูลระดับไหน และรู้ว่าความไม่รู้ในเรื่องนี้ราคาแพงแค่ไหน


ครั้งหน้าที่ทีมของคุณเทไปทางเลือกหนึ่งอย่างรวดเร็ว ลองถามตัวเองเงียบ ๆ ว่าเราเลือกทางนี้เพราะมันดีกว่า หรือเพราะมันเป็นทางเดียวที่เราตอบคำถาม “แล้วจะได้เท่าไหร่” ได้


——————————————————

หากองค์กรของคุณกำลังมองหาหลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะการคิดและ Soft Skills ให้กับทีมงาน


dots academy ให้บริการ In-house Training ที่ออกแบบให้เหมาะกับบริบทของแต่ละองค์กร ถ่ายทอดโดยเทรนเนอร์ที่ได้รับการรับรองระดับนานาชาติ พร้อมประสบการณ์ด้านการอบรมและพัฒนาองค์กรมากกว่า 10 ปี


หลักสูตรครอบคลุมหัวข้อ เช่น


✏️Analytical Thinking

✏️Critical Thinking

✏️Strategic Thinking

✏️Six Thinking Hats

✏️Business Storytelling


สนใจสอบถามรายละเอียดหรือปรึกษาการออกแบบหลักสูตรสำหรับองค์กรของคุณได้ทาง LINE @dots

 
 
 

ความคิดเห็น


ติดตามข่าวสารและอัปเดตจาก dots.

Thanks for subscribing.

bottom of page