top of page

Lifelong Learning: ทำไมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่ใช่การเรียนแบบเดิมไปตลอดชีวิต

25 นาทีที่ผ่านมา
ยาว 1 นาที

เรามักได้ยินคำแนะนำว่า “คนยุคใหม่ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต” แต่สิ่งที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงคือ วิธีการเรียนรู้ที่เคยได้ผลในอดีต อาจไม่ใช่วิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเราในวันนี้


ตอนเป็นเด็ก เราเรียนรู้ผ่านการสอนและการฝึกฝน เมื่อเริ่มทำงาน เราเรียนรู้ผ่านการลงมือทำและการแก้ปัญหา แต่เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น เรากลับมีความรู้เดิม ความรับผิดชอบ และข้อจำกัดด้านเวลาที่แตกต่างออกไป


ปัญหาจึงไม่ใช่เพียงว่าเราจะเรียนรู้อย่างต่อเนื่องได้อย่างไร แต่คือ เราจะปรับวิธีเรียนรู้ให้เหมาะกับตัวเองที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างไร


🔴 การเรียนรู้ที่ดีต้องเปลี่ยนตามประสบการณ์ ไม่ใช่แค่อายุ


งานศึกษาของ National Academies เรื่อง Learning Across the Life Span ชี้ให้เห็นว่า การเรียนรู้ได้รับอิทธิพลจากความรู้เดิม แรงจูงใจ ความสามารถในการกำกับการเรียนรู้ และบริบทชีวิตของแต่ละคน


ในวัยเด็ก การเรียนรู้มักต้องอาศัยตัวอย่างและคำแนะนำที่ชัดเจน วัยเริ่มทำงานต้องการโอกาสนำความรู้ไปใช้จริง ขณะที่คนทำงานที่มีประสบการณ์อาจเรียนรู้ได้ดีขึ้นเมื่อเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับปัญหาที่กำลังเผชิญ


อย่างไรก็ตาม อายุไม่ได้เป็นตัวกำหนดวิธีเรียนรู้โดยตรง คนอายุ 50 ปีที่เริ่มเรียนเรื่องใหม่อาจต้องการคำแนะนำละเอียดไม่ต่างจากคนอายุ 20 ปี


สิ่งที่ควรกำหนดวิธีเรียนรู้จึงไม่ใช่เราอายุเท่าไร แต่คือเรารู้อะไรอยู่แล้ว และกำลังต้องการเรียนรู้อะไรเพิ่มเติม


🔴 ยิ่งมีประสบการณ์มาก ยิ่งต้องระวังความรู้เดิม


ประสบการณ์เป็นทั้งข้อได้เปรียบและข้อจำกัดของการเรียนรู้


คนที่มีประสบการณ์สามารถเข้าใจเรื่องใหม่ได้เร็วขึ้น เพราะมีความรู้เดิมช่วยเชื่อมโยง แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความคุ้นเคยอาจทำให้เราตีความสิ่งใหม่ผ่านกรอบความคิดเก่า จนมองไม่เห็นสิ่งที่แตกต่าง


ตัวอย่างเช่น ผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จจากการตลาดแบบเดิม อาจพยายามทำความเข้าใจ AI ด้วยกรอบการคิดแบบเดิมทั้งหมด ทั้งที่เทคโนโลยีใหม่อาจต้องการวิธีตั้งคำถามและวิธีทำงานที่ต่างออกไป


การเรียนรู้ของคนมีประสบการณ์จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มความรู้ แต่ต้องรวมถึงความสามารถในการตั้งคำถามกับสิ่งที่ตัวเองเคยเชื่อด้วย


🔴 เปลี่ยนจากการสะสมความรู้ เป็นการสร้างความสามารถ


หลายคนวัดความก้าวหน้าของการเรียนรู้จากจำนวนหนังสือที่อ่าน คอร์สที่เรียน หรือวิดีโอที่ดู แต่กิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดการเรียนรู้ที่นำไปใช้ได้จริง


งานวิจัยด้านการเรียนรู้สนับสนุนวิธีการสำคัญสองอย่าง ได้แก่ Retrieval Practice หรือการพยายามเรียกความรู้กลับมาโดยไม่เปิดดูเนื้อหา และ Spaced Practice หรือการทบทวนโดยเว้นระยะเวลา


แทนที่จะอ่านหนังสือหนึ่งเล่มแล้วจบ ลองปิดหนังสือและอธิบายแนวคิดสำคัญด้วยภาษาของตัวเอง จากนั้นนำไปทดลองใช้ และกลับมาทบทวนอีกครั้งหลังผ่านไประยะหนึ่ง


เพราะ การเรียนรู้ที่แท้จริงไม่ได้วัดจากสิ่งที่เราเคยอ่าน แต่วัดจากสิ่งที่เรายังจำ เข้าใจ และนำไปใช้ได้เมื่อเวลาผ่านไป


🔴 เรียนจากปัญหาจริง แทนการเรียนเผื่อว่าจะได้ใช้


สำหรับคนทำงานที่มีเวลาจำกัด การเรียนรู้จะมีความหมายมากขึ้นเมื่อเริ่มต้นจากปัญหาที่ต้องแก้ไข


แทนที่จะเริ่มด้วยคำถามว่า “ปีนี้ควรเรียนคอร์สอะไรดี” อาจเปลี่ยนเป็น “ตอนนี้มีปัญหาอะไรที่เรายังแก้ไม่ได้ เพราะขาดความรู้หรือความสามารถบางอย่าง”


เมื่อมีโจทย์ชัดเจน เราจะเลือกเนื้อหาได้ตรงความต้องการ ทดลองใช้ได้ทันที และประเมินได้ว่าการเรียนรู้นั้นช่วยให้เราทำสิ่งใดได้ดีขึ้น


นี่คือการเปลี่ยนจากการเรียนรู้ที่ขับเคลื่อนด้วยเนื้อหา ไปสู่การเรียนรู้ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญหาและผลลัพธ์


🔴 Lifelong Learning ต้องปรับวิธีเรียน ไม่ใช่แค่เพิ่มเวลาเรียน


ความเข้าใจผิดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับ Lifelong Learning คือการคิดว่าคนที่เรียนรู้ตลอดชีวิตต้องอ่านมากขึ้น เรียนมากขึ้น และติดตามความรู้ใหม่อยู่เสมอ


แต่ในความเป็นจริง เมื่อชีวิตเปลี่ยน วิธีเรียนรู้ก็ควรเปลี่ยนตาม บางช่วงเราอาจต้องการการเรียนอย่างเป็นระบบ บางช่วงเหมาะกับการเรียนผ่านโครงการจริง และบางช่วงอาจต้องลดความเร็วลงเพื่อให้มีเวลาทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง


การปรับจังหวะการเรียนรู้ไม่ได้หมายถึงการลดความทะเยอทะยาน แต่เป็นการออกแบบเงื่อนไขให้เรายังคงเรียนรู้เรื่องที่ท้าทายได้อย่างต่อเนื่อง


ท้ายที่สุด Lifelong Learning ไม่ได้หมายถึงการใช้วิธีเรียนแบบเดิมไปตลอดชีวิต แต่หมายถึงความสามารถในการปรับเปลี่ยนวิธีเรียนรู้ให้ทันกับตัวเราที่เปลี่ยนไป


เพราะคนที่เรียนรู้ได้ตลอดชีวิต อาจไม่ใช่คนที่เรียนมากที่สุด แต่เป็นคนที่รู้ว่าเมื่อไรควรเรียนรู้อะไร และต้องเปลี่ยนวิธีเรียนรู้อย่างไร เพื่อให้ตัวเองยังเติบโตต่อไปได้


——————————————————

หากองค์กรของคุณกำลังมองหาหลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะการคิดและ Soft Skills ให้กับทีมงาน


dots academy ให้บริการ In-house Training ที่ออกแบบให้เหมาะกับบริบทของแต่ละองค์กร ถ่ายทอดโดยเทรนเนอร์ที่ได้รับการรับรองระดับนานาชาติ พร้อมประสบการณ์ด้านการอบรมและพัฒนาองค์กรมากกว่า 10 ปี


หลักสูตรครอบคลุมหัวข้อ เช่น


✏️Analytical Thinking

✏️Critical Thinking

✏️Strategic Thinking

✏️Six Thinking Hats

✏️Business Storytelling


สนใจสอบถามรายละเอียดหรือปรึกษาการออกแบบหลักสูตรสำหรับองค์กรของคุณได้ทาง LINE @dots

 
 
 

ความคิดเห็น


ติดตามข่าวสารและอัปเดตจาก dots.

Thanks for subscribing.

bottom of page