top of page

Empathy ไม่ใช่เรื่องอ่อนแอ แต่คือกลไกพื้นฐานของสมองมนุษย์


ในโลกการทำงานที่แข่งขันสูง “ความเห็นใจ” มักถูกมองว่าเป็นคุณสมบัติรอง เป็นเรื่องของอารมณ์มากกว่าเหตุผล และบางครั้งถูกตีความผิดว่าเป็นความอ่อนแอที่ทำให้การตัดสินใจไม่เด็ดขาด แต่หากมองผ่านเลนส์ของชีววิทยาและประสาทวิทยาศาสตร์ ความเชื่อเหล่านี้อาจสวนทางกับความจริงอย่างสิ้นเชิง


ในหนังสือ Behave ของRobert Sapolsky ชี้ให้เห็นว่า มนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เอาตัวรอดเพียงลำพัง แต่ถูกออกแบบมาให้ “อยู่ร่วมกัน” สมองของเรามีกลไกเฉพาะที่สนับสนุนการเข้าใจผู้อื่น การร่วมมือ และการช่วยเหลือกัน เพราะในเชิงวิวัฒนาการ กลุ่มที่ร่วมมือกันได้ดีกว่า คือกลุ่มที่อยู่รอดได้นานกว่า


สมองให้รางวัลกับความเห็นใจ


หนึ่งในข้อค้นพบที่น่าสนใจคือ สมองมนุษย์ตอบสนองต่อการช่วยเหลือผู้อื่นในลักษณะเดียวกับการได้รับรางวัล เมื่อเราทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น ระบบประสาทจะหลั่งสารที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกเชื่อมโยง ความพึงพอใจ และความไว้วางใจ


กล่าวอีกนัยหนึ่ง Empathy ไม่ใช่การฝืนธรรมชาติ แต่คือการทำงานสอดคล้องกับกลไกพื้นฐานของสมอง การช่วยเหลือกันไม่ได้ขัดกับประสิทธิภาพ แต่เป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่ทำให้มนุษย์ทำงานร่วมกันได้อย่างยั่งยืน


ทำไมองค์กรที่ขาด Empathy ถึงเปราะบาง


เมื่อองค์กรออกแบบระบบที่เน้นการแข่งขันภายใน ความกลัว และการลงโทษความผิดพลาด สมองของคนในระบบจะถูกกระตุ้นให้อยู่ในโหมดป้องกันตัว มากกว่าการร่วมมือ ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ การปกปิดปัญหา การเมืองในองค์กร และการตัดสินใจที่เน้นเอาตัวรอดเฉพาะหน้า


ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ Empathy ไม่ได้หายไป แต่ถูกกดทับ เพราะบริบทส่งสัญญาณว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาสถานะของตัวเอง ไม่ใช่ความสำเร็จร่วมกันของทีม


ในทางกลับกัน องค์กรที่ให้คุณค่ากับความเข้าใจ ความปลอดภัยทางจิตใจ และการรับฟัง จะช่วยเปิดพื้นที่ให้สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการคิดเชิงระบบ การเรียนรู้ และการสร้างสรรค์ทำงานได้เต็มที่มากขึ้น


Empathy กับภาวะผู้นำยุคใหม่


ผู้นำที่มี Empathy ไม่ได้หมายถึงผู้นำที่ใจอ่อนหรือหลีกเลี่ยงการตัดสินใจยากๆ แต่คือผู้นำที่เข้าใจแรงจูงใจ ความกลัว และข้อจำกัดของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง ความเข้าใจนี้ทำให้การสื่อสารชัดเจนขึ้น การตัดสินใจได้รับความร่วมมือมากขึ้น และความขัดแย้งถูกจัดการอย่างสร้างสรรค์มากขึ้น


จากมุมมองของสมอง Empathy คือเครื่องมือในการ “อ่านระบบ” ไม่ใช่แค่บุคคล และผู้นำที่อ่านระบบได้ดี ย่อมออกแบบการตัดสินใจที่มีโอกาสสำเร็จสูงกว่า


ความเห็นใจไม่ใช่ศีลธรรม แต่คือโครงสร้าง


บทเรียนสำคัญจากวิทยาศาสตร์พฤติกรรมคือ เราไม่ควรมอง Empathy เป็นเพียงคุณธรรมส่วนบุคคล แต่ควรมองว่าเป็นผลลัพธ์ของระบบ เมื่อสภาพแวดล้อมเอื้อ สมองจะดึงศักยภาพด้านความร่วมมือออกมาเองโดยไม่ต้องบังคับ


คำถามจึงไม่ใช่ “คนในองค์กรมี Empathy มากพอหรือไม่” แต่คือ “ระบบที่เราสร้าง เปิดโอกาสให้ Empathy แสดงออกหรือเปล่า”


ท้ายที่สุด Empathy ไม่ได้ทำให้มนุษย์อ่อนแอ แต่ทำให้มนุษย์ทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น ในโลกที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกันมากขึ้น ความสามารถในการเข้าใจผู้อื่นอาจไม่ใช่ soft skill แต่คือ hard requirement ของการอยู่รอดและความสำเร็จในระยะยาว

 
 
 

ความคิดเห็น


ติดตามข่าวสารและอัปเดตจาก dots.

Thanks for subscribing.

bottom of page