ปัญหาการเรียนรู้ของคนทำงาน อาจไม่ใช่แค่ “ไม่มีเวลา” แต่ “ไม่มีสมาธิ”

รายงาน The State of Workplace Learning ประจำปี 2026 ของ TalentLMS ซึ่งสำรวจพนักงานเต็มเวลาในสหรัฐฯ 1,000 คนที่เพิ่งผ่านการอบรมในรอบปี รายงานว่าพนักงาน 70% ยอมรับว่าทำอย่างอื่นไปพร้อมกันระหว่างอบรม เพิ่มขึ้นจาก 58% เมื่อปีก่อน ขณะที่อุปสรรคอันดับหนึ่งของการเรียนรู้ที่คนตอบคือ “ไม่มีเวลา” ติดต่อกันเป็นปีที่สามแล้ว
ควรรู้ไว้ด้วยว่า TalentLMS เป็นบริษัทที่ขายระบบเรียนออนไลน์ และกลุ่มตัวอย่างเป็นคนทำงานในสหรัฐฯ ตัวเลขนี้จึงใช้เป็นภาพสะท้อนมากกว่าเป็นข้อสรุปของทุกที่ แต่เมื่อวางสองตัวเลขนี้เคียงกัน มีคำถามหนึ่งที่น่าคิดกว่าตัวเลขเอง
🔴 “ไม่มีเวลา” กับ “ไม่มีสมาธิ” ฟังเหมือนกัน แต่ต้องแก้ด้วยวิธีคนละแบบ
ถ้าปัญหาคือไม่มีเวลา ทางแก้คือหาเวลามาเพิ่ม เช่น ลดงาน ตัดประชุม หรือจัดตารางเรียนให้ชัด แต่ถ้าปัญหาคือเวลาเรียนมีอยู่แล้ว แต่ความสนใจถูกแบ่งไปที่อื่น การเพิ่มเวลาเรียนจะไม่ช่วยอะไร เพราะชั่วโมงเรียนที่เพิ่มขึ้นจะถูกแบ่งสมาธิในแบบเดิมต่อไป
ในทางจิตวิทยาการเรียนรู้ มีข้อค้นพบที่เป็นที่ยอมรับกันมานานว่า เมื่อความสนใจถูกแบ่ง ข้อมูลที่เข้ามาจะถูกประมวลผลตื้นลงและจำได้น้อยลง เพราะการจะทำให้ความรู้ฝังลงไป สมองต้องใช้ความพยายามในการเชื่อมสิ่งใหม่เข้ากับสิ่งที่รู้อยู่แล้ว และการเชื่อมนั้นกินความสนใจเต็มที่ นั่นหมายความว่าคนที่นั่งอบรมสามชั่วโมงไปตอบแชตไปด้วย อาจได้เวลาเรียนจริงน้อยกว่าที่ปฏิทินบันทึกไว้มาก
🔴 เวลาเรียนที่นับได้ คือเวลาที่ความคิดมีที่ว่างพอจะทำงาน
เราคุ้นกับการวัดการเรียนรู้ด้วยจำนวนชั่วโมง ใบประกาศ หรือจำนวนคอร์สที่จบ ซึ่งวัดง่าย แต่ไม่ได้วัดสิ่งที่สำคัญที่สุด คือสิ่งที่เกิดขึ้นในหัวระหว่างนั้น ลองเทียบกับการออกกำลังกาย การไปยิมสองชั่วโมงแต่ยืนเล่นโทรศัพท์ครึ่งหนึ่ง กับการไปยิมสี่สิบนาทีที่ตั้งใจทุกเซ็ต ผลที่ตามมาไม่ได้เรียงตามชั่วโมง
การเรียนรู้จึงควรวัดที่ “ชั่วโมงที่ความสนใจอยู่เต็ม” ซึ่งเป็นของหายากกว่าที่คิด และการยอมรับว่ามันหายากช่วยให้เราออกแบบการเรียนใหม่ได้อย่างตรงจุด เช่น เรียนเป็นช่วงสั้นแต่ปิดการแจ้งเตือนจริง ๆ ดีกว่าเรียนเป็นช่วงยาวที่เปิดทุกอย่างทิ้งไว้
🔴 ทางที่ได้ผลคือลดขนาดของการเรียน แล้วเพิ่มคุณภาพของความสนใจ
ข้อเสนอที่ลงมือได้เลยมีสามข้อ ข้อแรก เลือกสิ่งที่จะเรียนให้น้อยลง ถามตัวเองก่อนเริ่มว่าหลังจบ เราอยากตอบคำถามอะไรได้ ถ้าตอบไม่ได้ แปลว่ายังไม่พร้อมเรียน ข้อสอง กันเวลาเรียนเป็นก้อนสั้น เช่น 25 ถึง 40 นาที แล้วทำให้มันเป็น “เวลาที่ไม่มีใครเรียกได้” ข้อสาม ทันทีที่จบ ให้เขียนสามประโยคว่าสิ่งที่ได้ยินวันนี้จะไปเปลี่ยนอะไรในงานสัปดาห์หน้า เพราะการดึงสิ่งที่เรียนออกมาอธิบายด้วยคำของตัวเองคือการเช็กว่าความสนใจเมื่อกี้เข้าไปถึงไหน
ส่วนหัวหน้าหรือคนดูแลการเรียนรู้ในทีม คำถามที่น่าถามไม่ใช่ “ทุกคนเข้าอบรมครบไหม” แต่คือ “ระหว่างอบรม เขาได้อยู่กับเรื่องนั้นจริงไหม” ซึ่งต้องเริ่มจากการดูว่างานของเขาเปิดที่ว่างให้เรียนหรือเปล่า
🔴 ที่ว่างสำหรับคิด เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรเสมอ ไม่ว่าจะมีใครเขียนไว้หรือไม่
ปัญหาของ “ไม่มีเวลาเรียน” จึงอาจซ่อนปัญหาอีกชั้นไว้ข้างใน คือเรามีเวลา แต่ไม่มีที่ว่างในหัว ทักษะการคิดไม่ได้เติบโตจากการรับข้อมูลผ่านหน้าจอมากขึ้น แต่เติบโตจากช่วงเวลาที่เราได้อยู่กับความคิดหนึ่งนานพอจะเข้าใจมัน
ครั้งต่อไปที่รู้สึกว่า “ไม่มีเวลาเรียน” ลองถามอีกข้อหนึ่งว่า ถ้าเวลานั้นปรากฏขึ้นมาพรุ่งนี้ ความสนใจของเรามีที่ว่างพอจะเข้าไปหรือเปล่า
——————————————————
หากองค์กรของคุณกำลังมองหาหลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะการคิดและ Soft Skills ให้กับทีมงาน
dots academy ให้บริการ In-house Training ที่ออกแบบให้เหมาะกับบริบทของแต่ละองค์กร ถ่ายทอดโดยเทรนเนอร์ที่ได้รับการรับรองระดับนานาชาติ พร้อมประสบการณ์ด้านการอบรมและพัฒนาองค์กรมากกว่า 10 ปี
หลักสูตรครอบคลุมหัวข้อ เช่น
✏️Analytical Thinking
✏️Critical Thinking
✏️Strategic Thinking
✏️Six Thinking Hats
✏️Business Storytelling
สนใจสอบถามรายละเอียดหรือปรึกษาการออกแบบหลักสูตรสำหรับองค์กรของคุณได้ทาง LINE @dots



ความคิดเห็น