top of page

ทักษะทุกอย่างมีวันหมดอายุ แต่ไม่มีใครติดฉลากบอกเรา

  • 11 นาทีที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

สิ่งที่อันตรายที่สุดกับอาชีพของเรา มักไม่ใช่ทักษะที่เราไม่มี แต่คือทักษะที่เรามีแล้วและยังใช้ได้อยู่


ฟังดูขัดความรู้สึก เพราะเราถูกสอนมาตลอดว่าให้สะสมความเชี่ยวชาญไว้เยอะ ๆ แต่ความเชี่ยวชาญมีอายุของมัน และปัญหาคือมันไม่ได้หมดอายุพร้อมกันทั้งหมด บางส่วนหมดไปแล้วโดยที่เรายังใช้มันอยู่ทุกวันอย่างสบายใจ


รายงานแนวโน้มด้านการพัฒนาคนของปี 2026 หลายฉบับพูดตรงกันว่า มีองค์กรราว 87 เปอร์เซ็นต์ที่บอกว่ากำลังเจอช่องว่างทักษะ หรือคาดว่าจะเจอในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ตัวเลขนี้มักถูกอ่านในมุมขององค์กรว่าต้องรีบอัปสกิลพนักงาน แต่ถ้าอ่านในมุมของคนทำงานคนหนึ่ง มันกำลังบอกว่าทักษะที่ทำให้คุณได้งานเมื่อห้าปีก่อน ไม่ได้รับประกันอะไรกับอีกห้าปีข้างหน้า


🧠 ปัญหาคือของหมดอายุแบบนี้ไม่ส่งสัญญาณใด ๆ


นมในตู้เย็นบอกเราได้ว่ามันเสียแล้ว มันเปลี่ยนกลิ่น เปลี่ยนสี มีวันที่พิมพ์อยู่ข้างกล่อง ทักษะไม่มีอะไรแบบนั้นเลย ทักษะที่หมดอายุแล้วยังใช้งานได้อยู่ ยังทำให้เราส่งงานทัน ยังทำให้เราดูเหมือนคนที่รู้เรื่อง เพียงแต่คุณค่าของมันในตลาดค่อย ๆ ลดลงอย่างเงียบที่สุด


สัญญาณของการหมดอายุจึงไม่ใช่ “ทำไม่ได้” เพราะถ้าทำไม่ได้เราจะรู้ตัวทันที สัญญาณจริงคือ “ยังทำได้ดีเหมือนเดิม” ในโลกที่มาตรฐานขยับไปแล้ว คนที่ทำสไลด์สวยเท่าเดิมทุกปี ในวันที่เครื่องมือทำให้ทุกคนทำสไลด์สวยได้เท่ากัน ไม่ได้ทำงานแย่ลง แต่ความพิเศษของเขาหายไปโดยที่ตัวเขาไม่ได้ทำอะไรผิดสักอย่าง


นี่คือจุดที่เจ็บ เพราะระบบการประเมินตัวเองของเราส่วนใหญ่วัดจาก “เทียบกับเมื่อวาน” ไม่ได้วัดจาก “เทียบกับสิ่งที่โลกต้องการวันนี้” เมื่อเทียบกับเมื่อวาน เราจะรู้สึกว่าเราไม่ได้แย่ลง แล้วก็สรุปว่าไม่มีอะไรต้องเปลี่ยน


🧠 แยกให้ออกระหว่างสิ่งที่หมดอายุเร็วกับสิ่งที่อยู่ทน


ถ้ามองว่าทักษะทั้งหมดหมดอายุเท่ากัน เราจะเหนื่อยและไล่ตามไม่ทัน วิธีคิดที่ใช้ได้จริงกว่าคือแยกทักษะออกเป็นสองชั้น


ชั้นแรกคือทักษะที่ผูกกับเครื่องมือและวิธีทำ เช่น การใช้โปรแกรมรุ่นหนึ่ง การเขียนคำสั่งแบบหนึ่ง การทำตามขั้นตอนที่บริษัทออกแบบไว้ ทักษะชั้นนี้หมดอายุเร็วมาก และมันหมดอายุเร็วขึ้นทุกปี ข่าวดีคือมันเรียนใหม่ได้เร็วเช่นกัน ถ้าเรารู้ตัวทัน


ชั้นที่สองคือทักษะที่ผูกกับวิธีคิด เช่น การตั้งโจทย์ให้ถูก การแยกข้อเท็จจริงออกจากการตีความ การตัดสินใจโดยมีเกณฑ์ การอธิบายเรื่องซับซ้อนให้คนอื่นเข้าใจ ทักษะชั้นนี้หมดอายุช้ากว่ามาก เพราะมันไม่ได้ผูกกับเครื่องมือใดเครื่องมือหนึ่ง แต่มันก็ไม่ได้อยู่ค้ำฟ้า มันเสื่อมได้เหมือนกันเมื่อเราหยุดใช้


ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือคนลงทุนเวลาเกือบทั้งหมดไปกับชั้นแรก เพราะมันจับต้องได้ มีคอร์ส มีใบรับรอง มีจุดจบชัดเจน ส่วนชั้นที่สองไม่มีใครออกใบรับรองให้ และไม่มีวันที่เราจะบอกว่าเรียนจบแล้ว มันจึงมักถูกเลื่อนไปเรื่อย ๆ


🧠 วิธีตรวจวันหมดอายุด้วยตัวเอง


เนื่องจากไม่มีใครติดฉลากให้ เราต้องเป็นคนติดเอง และการติดฉลากที่ดีเริ่มจากคำถามที่ตรงพอจะทำให้ตัวเองอึดอัดเล็กน้อย


คำถามแรกคือ ปีนี้สิ่งที่ทำให้เราถูกเรียกใช้ คือสิ่งเดียวกับเมื่อสามปีก่อนหรือเปล่า ถ้าใช่ทั้งหมด นั่นอาจไม่ใช่ความมั่นคง แต่คือสัญญาณว่าเรากำลังอยู่ในโซนที่โลกยังไม่เดินผ่าน และมันจะเดินผ่านสักวัน


คำถามที่สองคือ ถ้ามีคนอายุน้อยกว่าสิบปีเข้ามาทำงานเดียวกับเราวันนี้ เขาต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะทำได้ในระดับเรา ถ้าคำตอบคือไม่กี่เดือน แปลว่าสิ่งที่เราถือไว้อยู่ในชั้นแรกเป็นหลัก และมูลค่าของมันกำลังถูกกดลงเรื่อย ๆ


คำถามที่สามซึ่งอาจสำคัญที่สุดคือ อะไรคือสิ่งที่เราทำได้ดีโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องมือหรือระบบของที่ทำงานปัจจุบัน คำตอบของข้อนี้คือทรัพย์สินจริงที่เดินทางไปกับเราได้ทุกที่


เมื่อตอบครบสามข้อ สิ่งที่ควรทำต่อไม่ใช่การรีบสมัครคอร์สให้เยอะที่สุด แต่คือการเลือกงานที่กำลังจะทำในไตรมาสหน้าให้มีอย่างน้อยหนึ่งชิ้นที่บังคับให้เราใช้ทักษะชั้นที่สอง งานที่ต้องตัดสินใจเองโดยไม่มีสูตร งานที่ต้องอธิบายให้คนที่ไม่รู้เรื่องเข้าใจ งานที่ต้องตั้งโจทย์เองตั้งแต่ต้น เพราะทักษะชั้นที่สองไม่ได้เกิดจากการนั่งเรียน แต่เกิดจากการถูกวางไว้ในสถานการณ์ที่ต้องใช้มัน


การพัฒนาตัวเองที่ยั่งยืนจึงไม่ได้แปลว่าเรียนให้ทันทุกเรื่องใหม่ แต่แปลว่ารู้ว่าอะไรในตัวเรากำลังหมดอายุ และเลือกลงแรงกับสิ่งที่จะยังใช้ได้ตอนที่เครื่องมือรอบตัวเปลี่ยนไปหมดแล้ว


ถ้าจะให้เหลือคำถามเดียวไว้ถามตัวเองปลายปีนี้ อาจเป็นคำถามว่า ปีที่ผ่านมาเราเก่งขึ้นในเรื่องที่ “ยังจะสำคัญอยู่” หรือเราแค่ชำนาญขึ้นในเรื่องที่ “กำลังจะไม่สำคัญ”


——————————————————

หากองค์กรของคุณกำลังมองหาหลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะการคิดและ Soft Skills ให้กับทีมงาน


dots academy ให้บริการ In-house Training ที่ออกแบบให้เหมาะกับบริบทของแต่ละองค์กร ถ่ายทอดโดยเทรนเนอร์ที่ได้รับการรับรองระดับนานาชาติ พร้อมประสบการณ์ด้านการอบรมและพัฒนาองค์กรมากกว่า 10 ปี


หลักสูตรครอบคลุมหัวข้อ เช่น


✏️Analytical Thinking

✏️Critical Thinking

✏️Strategic Thinking

✏️Six Thinking Hats

✏️Business Storytelling


สนใจสอบถามรายละเอียดหรือปรึกษาการออกแบบหลักสูตรสำหรับองค์กรของคุณได้ทาง LINE @dots

 
 
 

ความคิดเห็น


ติดตามข่าวสารและอัปเดตจาก dots.

Thanks for subscribing.

bottom of page