top of page

Margin of Safety: ทำไมคนที่ตัดสินใจดี ถึงมักเผื่อ “ที่ว่างสำหรับความผิดพลาด” ไว้เสมอ

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ยาว 1 นาที

แผนที่เราเขียนไม่เคยพังเพราะเรื่องที่เราคาดไว้ แต่มันพังเพราะเรื่องที่เราไม่ได้คาด และแผนส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้ใช้ได้ก็ต่อเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามที่คิดเท่านั้น งานเสร็จตามกำหนดถ้าไม่มีใครลา งบพอถ้าลูกค้าจ่ายตรงเวลา ทีมส่งมอบทันถ้าไม่มีแก้ไขรอบสุดท้าย ทุกข้อแม้ที่เราไม่ได้พูดออกมาคือจุดที่แผนไม่มีที่ว่างเหลือเลย


🔴 แนวคิดจากวิศวกรรมสู่การตัดสินใจ


ในงานวิศวกรรม สะพานที่รับน้ำหนักได้ 10 ตัน ไม่ได้ถูกประกาศว่ารับได้ 10 ตัน แต่ถูกออกแบบให้รับได้มากกว่านั้นหลายเท่า เพราะผู้ออกแบบรู้ว่าวัสดุไม่สมบูรณ์ การคำนวณมีคลาดเคลื่อน และโลกจริงไม่เคยเป็นไปตามสมมติฐานในกระดาษ ส่วนที่เผื่อไว้นี้เรียกว่า margin of safety (ส่วนเผื่อความปลอดภัย)


นักลงทุนสายคุณค่าหยิบคำเดียวกันไปใช้ในความหมายของการซื้อสินทรัพย์ในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่ประเมินไว้พอสมควร เพื่อให้ยังไม่เจ็บตัวแม้การประเมินจะพลาดไปบ้าง แต่แก่นของมันกว้างกว่าเรื่องเงินมาก มันคือวิธีคิดที่ยอมรับตั้งแต่ต้นว่า “เราน่าจะผิดบางส่วน” แล้วออกแบบการตัดสินใจให้รอดจากความผิดนั้นได้


🔴 ความมั่นใจกับส่วนเผื่อ ไปด้วยกันไม่ได้


คนมักเข้าใจว่าการเผื่อคือการขาดความมั่นใจ ในห้องประชุม คนที่บอกว่าขอเวลาเผื่อเพิ่มอีกสองสัปดาห์ มักถูกมองว่าขี้กลัวกว่าคนที่บอกว่าเสร็จทันแน่นอน แต่ความมั่นใจที่ไม่มีส่วนเผื่อรองรับ ไม่ใช่ความกล้า มันคือการเดิมพันว่าความไม่แน่นอนจะไม่มาเยือน


ลองดูตัวอย่างทีมที่ต้องส่งงานให้ลูกค้าวันศุกร์ ทีม ก. วางแผนให้ทุกขั้นตอนจบพอดีวันพฤหัสบดีเย็น ทีม ข. วางแผนให้จบวันพุธ สิ่งที่ต่างกันไม่ใช่ความสามารถ แต่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อมีเรื่องไม่คาดฝันหนึ่งเรื่อง ทีม ก. ต้องทำงานดึกและลดคุณภาพ ส่วนทีม ข. ใช้วันที่เผื่อไว้แก้ปัญหา แล้วส่งงานได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


🔴 เผื่อตรงไหน และเผื่อเท่าไหร่


ส่วนเผื่อไม่ใช่การบวกเวลาหรืองบเพิ่มไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีหลักการ วิธีคิดที่ใช้ได้จริงเริ่มจากถามว่า สมมติฐานข้อไหนในแผนนี้ ถ้าผิดแล้วเจ็บที่สุด ข้อนั้นคือจุดที่ควรมีส่วนเผื่อมากที่สุด ส่วนสมมติฐานที่ผิดแล้วแก้ง่ายและเสียหายน้อย ไม่จำเป็นต้องเผื่อเยอะ


อีกคำถามที่ช่วยได้คือ “ถ้าตัวเลขสำคัญที่สุดในแผนนี้ผิดไปหนึ่งในสาม แผนยังรอดไหม” ถ้ารอด แปลว่าแผนมีที่ว่างพอ ถ้าไม่รอด แปลว่าเรากำลังเดินบนเชือกโดยไม่มีตาข่าย ซึ่งอาจเป็นการตัดสินใจที่ถูกก็ได้ ตราบใดที่เรารู้ตัวและเลือกมันอย่างตั้งใจ ไม่ใช่เพราะลืมนึกถึง


🔴 วกกลับมาที่วิธีคิด


ส่วนเผื่อเป็นหลักฐานของความถ่อมตัวทางความคิด มันคือการที่เราเอาความไม่รู้ของตัวเองมาคิดรวมเข้าไปในแผนด้วย แทนที่จะวางแผนเหมือนเรารู้ทุกอย่างแล้ว คนที่ตัดสินใจดีจึงไม่ใช่คนที่ทำนายอนาคตแม่นที่สุด แต่เป็นคนที่ออกแบบให้ตัวเองยังอยู่รอดแม้ทำนายพลาด


แผนครั้งต่อไปที่เราเขียน ลองเติมบรรทัดหนึ่งท้ายแผนว่า “ถ้าเราผิดตรงไหนมากที่สุด แผนนี้ยังเหลือที่ว่างอยู่เท่าไหร่”


——————————————————

หากองค์กรของคุณกำลังมองหาหลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะการคิดและ Soft Skills ให้กับทีมงาน


dots academy ให้บริการ In-house Training ที่ออกแบบให้เหมาะกับบริบทของแต่ละองค์กร ถ่ายทอดโดยเทรนเนอร์ที่ได้รับการรับรองระดับนานาชาติ พร้อมประสบการณ์ด้านการอบรมและพัฒนาองค์กรมากกว่า 10 ปี


หลักสูตรครอบคลุมหัวข้อ เช่น


✏️Analytical Thinking

✏️Critical Thinking

✏️Strategic Thinking

✏️Six Thinking Hats

✏️Business Storytelling


สนใจสอบถามรายละเอียดหรือปรึกษาการออกแบบหลักสูตรสำหรับองค์กรของคุณได้ทาง LINE @dots

 
 
 

ความคิดเห็น


ติดตามข่าวสารและอัปเดตจาก dots.

Thanks for subscribing.

bottom of page