5 “ใช่” ที่คุณจำเป็นต้องทำให้ “ใช่” สำหรับการทำ Content Marketing

ในการทำ Content Marketing นั้น สิ่งที่หลายคนมักจะให้ความสนใจกันคือการทำคอนเทนต์ (หรือบางคนอาจจะไปสนใจผลปลายทางอย่างพวก Like Comment Share อะไรก็แล้วแต่น่ะนะ) ซึ่งคำถามที่ผมมักจะเจอเวลาไปบรรยายคือเราจะทำอย่างไรให้คอนเทนต์ของเรามีประสิทธิภาพมากที่สุด

อันที่จริง แม้ว่า Content Marketing จะมองว่าตัวคอนเทนต์เป็นแกนหลักสำคัญก็จริง แต่มันยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่คุณต้องคิดควบคู่ไปด้วย ซึ่งจะว่าไปแล้วมันก็มีเคล็ดลับ (มั้ง) ที่ผมมักจะยกมาอธิบายว่าคุณต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง โดยผมมักจะบอกว่ามันคือ 5 Rights (5 ใช่) ดังต่อไปนี้ครับ

1. คอนเทนต์ที่ “ใช่” (Right Content)

แน่นอนว่าจุดเริ่มต้นก่อนเลยคือคุณต้องมีคอนเทนต์ที่ดี คอนเทนต์ที่ “ใช่” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเนื้อหาที่มีประโยชน์ ข้อมูลที่น่าสนใจและเป็นที่ต้องการของคนที่จะเสพคอนเทนต์ เราต้องไม่ลืมที่ว่าการทำ Content Marketing นั้นเป็นเรื่องของการช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย ไม่ใช่เรื่องของการพยายามขายของหรือพูดถึงแต่ตัวคุณเองแต่อย่างใด การทำคอนเทนต์ที่ “ใช่”​ จึงจำเป็นจะต้องถอดรหัสและวางกลยุทธ์ให้ชัดว่าจะต้องทำคอนเทนต์แบบใดที่จะโดนกลุ่มเป้าหมายรวมทั้งตอบโจทย์วัตถุประสงค์ของคุณในเชิงการตลาดด้วย

2. คนดูที่ “ใช่” (Right Audience)

คงพิลึกถ้าคุณทำคอนเทนต์ที่ดี แต่กลับไปสื่อสารกับคนผิดกลุ่ม หรือถูกพบเห็นด้วยกลุ่มคนที่ไม่ใช่เป้าหมายของคุณ เช่นถ้าคุณทำคอนเทนต์ที่หวังจะโดนใจกลุ่มคนที่เป็นผู้หญิง แต่ดันกลายเป็นว่าคอนเทนต์นั้นถูกเห็นโดยกลุ่มผู้ชายแล้ว ปฏิสัมพันธ์ที่คุณคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นก็เลยไม่เกิด (คงเป็นเรื่องยากที่ผู้ชายจะกดไลค์หรือแชร์คอนเทนต์ผู้หญิงน่ะนะ) ฉะนั้นแล้ว เมื่อคุณทำคอนเทนต์ที่ใช่แล้ว คุณต้องไม่ลืมที่จะเอามันไปให้กับกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ด้วย

ในเรื่องของ Right Audience นี้มีหลายประเด็นน่าคิดอยู่พอสมควร เพราะ Audience นั้นมีหลายแบบ (บางคนอาจจะพอทราบจากบล็อกก่อนๆ หน้าของผมหรือที่ผมเคยเล่าไว้ในหนังสือ Content Marketing ของผมแล้ว) ซึ่งตรงนี้คนทำคอนเทนต์เลยต้องเข้าใจและทำการ Optimize ให้ดี

3. ช่องทางที่ “ใช่” (Right Channel / Right Place)

สิ่งที่ควบคู่กับ Right Audience ก็คือ Right Channel นั่นคือการใช้ช่องทางในการเผยแพร่คอนเทนต์ที่ใช่ เพราะถ้าคุณรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณเสพสื่อผ่านช่องทางไหนแล้ว คุณก็ควรจะเอาคอนเทนต์ไปอยู่บนช่องทางนั้น เช่นถ้าคุณรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณใช้ช่องทาง Facebook เป็นหลัก คุณก็ควรทำคอนเทนต์บน Facebook เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของคุณ

การพูดถึง “ช่องทาง” นั้นไม่ใช่แค่เรื่องของดิจิทัลเท่านั้น เพราะ Content Marketing Channel นั้นมีหลากหลายมาก ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ คนทำ Content Marketing จึงต้องมองให้ออกว่าช่องทางที่กลุ่มเป้าหมายจะเข้าถึงคอนเทนต์ของคุณมีช่องทางไหนบ้าง ช่องทางไหนที่ใช่และไม่ใช่

4. รูปแบบที่ “ใช่” (Right Format)

เมื่อคุณรู้ว่าช่องทางที่คุณจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของคุณคืออะไร คุณก็ต้องรู้จักว่าช่องทางดังกล่าวมีลักษณะอย่างไร การเสพคอนเทนต์บนช่องทางนั้นๆ มีรูปแบบพฤติกรรมอย่างไร อย่าลืมว่าคอนเทนต์ที่เป็นข้อมูลนั้นสามารถปรับเปลี่ยนและดัดแปลงให้เข้ากับลักษณะการเสพคอนเทนต์ในแบบต่างๆ อย่าง Facebook เองก็มีการเสพคอนเทนต์หลายแบบ Twitter ก็จะเป็นอีกแบบ นั่นยังไม่ต้องพูดถึงกรณีของ Blog / Website / YouTube

การทำคอนเทนต์แบบ Right Format นี้เป็นหนึ่งในการทำ Content Optimization ที่จำเป็นมาก มิเช่นนั้นเราจะพลาดโอกาสสำคัญไปเยอะมาก เช่นเรามักเจอการโพสต์ Text ยาวๆ บน Facebook (น้อยคนจะอ่าน) หรือการใช้รูปภาพขนาดประหลาดๆ เป็นต้น

5. เวลาที่ “ใช่” (Right Time)

คุณทำทุกอย่างดีหมดแล้ว แต่การที่คุณไปโพสต์ผิดเวลามันก็เท่านั้น เพราะบางช่วงเวลาเป็นช่วงที่กลุ่มเป้าหมายของคุณไม่ได้อยู่ในโหมดจะเสพคอนเทนต์ บ้างก็กำลังทำอย่างอื่นอยู่เป็นต้น พอเป็นเช่นนั้นแล้ว จะกลายเป็นว่าคุณพลาดโอกาสจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายไปนั่นเอง

การทำ Timing Optimization นั้นจำเป็นต้องเข้าใจว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณมีพฤติกรรมอย่างไร ช่วงเวลาไหนที่เขาอยู่ให้ภาวะที่พร้อมจะเสพสื่อ หรือช่วงเวลาไหนที่เขาจะได้รับข่าวสารข้อมูลต่างๆ แน่นอนว่าคุณต้องไม่ลืมว่ามันมีกิจกรรมระหว่างวันที่คุณต้องพึงระวังไว้ด้วย เช่นคืนวันพุธนั้นคนจะแห่ดูละครทีวี ช่วงเวลานั้น Timeline ไหลยังกับอะไรดี คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่คุณจะไปเบียดแย่งกับพี่ติ๊กพี่ก้องหรอก จริงไหมครับ ^^

Slide1

ที่พูดมา 5 อย่างนี้เป็นเคล็ดลับง่ายๆ ที่ผมมักจะท่องไว้อยู่เสมอ แต่ในความเป็นจริงจะมีเรื่องอีกมากมายที่ต้องประกอบกัน เช่นเดียวกับการทำ Optimiztion ที่สามารถทำได้ทุกจุดของ 5 Rights นี่แหละครับ (ไว้จะเอามาเล่าให้ฟังต่อๆ ไปนะครับ)

ภาพ Feature ซื้อและดาว์นโหลดอย่างถูกต้องจาก bigstockphoto

#contentmarketing #Twitter #blog #facebook #เทคนค