5 นิสัยที่เหมือนจะดีแต่อาจจะกลายเป็นว่าทำร้ายเราได้เหมือนกัน

หลายๆ อย่างในชีวิตเราก็เหมือนจะเป็นเรื่องดี เช่นเดียวกับนิสัยของเราที่บางอย่างอาจจะทำให้เรารู้สึกดีอยู่เรื่อยๆ แต่ในความจริงแล้วเรื่องบางเรื่องก็อาจจะกลายเป็นยาพิษทำร้ายเราอยู่เหมือนกัน

ที่บอกอย่างนี้ก็ไม่แปลก เพราะเอาเข้าจริงมนุษย์เรามักจะมีวิธีการบางอย่าง (ในแต่ละคน) ในการสร้าง “ความจริง” บางอย่างให้กับตัวเองเพื่อให้ตัวเองรู้สึกดี แต่ท้ายที่สุดแล้วมันทำให้เรามองไม่เห็น “ความจริง” อีกด้าน หรือบางทีก็อาจจะทำให้ตัวเราเองนั่นแหละที่จะแย่ในที่สุด

บล็อกวันนี้ผมเลยลองหยิบนิสัยเคยตัวของเราๆ ที่ตอนแรกก็อาจจะดูดีแต่ไปๆ มาๆ อาจจะเป็นเรื่องไม่ดีมาเล่าสู่กันฟังแล้วกันนะครับ

1. ภูมิใจกับความสำเร็จที่ผ่านมา

การที่เราประสบความสำเร็จประเภทได้รางวัล ได้รับการยกย่อง เป็นที่ชื่นชม อาจจะเป็นเหมือนรางวัลชั้นดีให้กับชีวิต แต่ถ้าเราจับมันด้วยมุมมองที่ผิดๆ แล้วก็จะกลายเป็นว่าเราเอามาถือเป็นอคติให้กับตัวเองประเภทชั้นเก่งนะ ชั้นเจ๋งนะ ทั้งที่จริงๆ กลับกลายเป็นว่าโลกเราตอนนี้หมุนเปลี่ยนไปแล้วและเราเองที่ยังไม่ได้ก้าวไปกับมันเพราะมัวแต่เกาะติดกับอดีตที่เคยรุ่งโรจน์มา นอกจากนี้แล้ว การประสบความสำเร็จในบางครั้งก็กลายเป็นกรอบให้กับหลายๆ คนจนไม่ยอมลองวิธีใหม่ๆ ไม่กล้าทดลอง จนไปถึงขั้นปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงเลยก็มี

2. การคิดว่ายังมีคนที่แย่กว่าเรา

การปลอบตัวเองประเภท “มีคนที่ลำบากกว่าเรา” ไม่ก็ “มีคนที่แย่กว่าเรา” น่าจะเป็นเรื่องที่ให้กำลังใจตัวเองอยู่เหมือนกัน ซึ่งแน่นอนว่ามันก็ดีในช่วงเวลาที่เราจำเป็นต้องใช้มันนั่นแหละ แต่ถ้าใครเผลอไปคิดเยอะหรือเลยเถิดจนกลายเป็นว่าตัวเรายังไม่เดือดร้อน ไม่ต้องร้อนรนอะไร สบายดีแล้ว มันก็จะอาจจะกลายเป็นเฉยชาหรือหยุดเดินต่อเอาได้ง่ายๆ เหมือนกัน การที่เห็นว่ามีคนที่อยู่สภาวะที่กดดันกว่า แย่กว่า สามารถหยิบมาใช้ให้เป็นข้อคิดเตือนใจที่ดีได้ แต่หากใช้มันผิดวิธี ผิดมุมมอง ก็อาจจะทำให้เกิดการชะล่าใจเอาได้ง่ายๆ เช่นเดียวกัน

3. การรู้สึกดีกับความสามารถของตัวเอง

จริงอยู่ที่ว่าเราควรมีความภูมิใจในตัวเอง มั่นใจในความสามารถของเรา รู้สึกถึงคุณค่าของเรา แต่สิ่งที่เราต้องเช็คตัวเองบ่อยๆ ว่านั่นคือ “การหลงตัวเอง” หรือเปล่า เพราะเอาเข้าจริงๆ เราก็จะเห็นหลายคนที่เลยเส้นของความมั่นใจกลายเป็นความทนงหรือหลงกับตัวเองว่าเก่งอย่างโน้นอย่างนี้และไม่ได้อยู่กับความจริง เผลอๆ อาจจะกลายเป็นสร้างภาพว่าตัวเองเลิศเลอมากไปเลยก็มี ซึ่งนั่นก็จะกลายเป็นว่าแทนที่คนจะชื่นชมอาจจะถูกรังเกียจแทน

4. การพยายามเป็นคนที่ใครๆ ก็รัก

การที่มีคนรัก มีคนยอมรับ มีคนชื่นชอบมันเป็นเรื่องที่มนุษย์เราล้วนอยากให้เกิดขึ้นอยู่แล้ว แต่สิ่งที่บางคนอาจจะตีความข้อนี้ผิดไปคือไปคิดเสียว่าทำอย่างไรให้คนรัก ประเภททำตัวเป็นเจ้านายที่ลูกน้องรักแบบผิดๆ สิ่งที่เราต้องไม่ลืมว่าการรักและชื่นชมนั้นเกิดจากการตอบสนองความต้องการของอีกฝ่าย ถ้าอีกฝ่ายเป็นคนไม่ดี หรือต้องการในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง มันก็กลายเป็นว่าเราต้องทำสิ่งที่ไม่ดี สิ่งที่ไม่ถูกต้องเพื่อให้เขาชื่นชมกัน และนั่นอาจจะกลายเป็นตัวลากตัวเราเข้าสู่วังวนที่ไม่ดีตามมา หลายคนอาจจะเป็นคนที่หลายๆ คนรักและชื่นชอบแต่หารู้ไม่ว่าอาจจะกำลังทำสิ่งที่ผิดๆ อยู่ก็ได้

5. การเป็นคน “ไม่เป็นไร”

อาการใจกว้าง ไม่ถือสาอะไรเป็นเรื่องดีและคงทำให้หลายๆ คนอยากคบหา แต่บางทีการเป็นคนประเภทไม่ถือสาและไม่เอาความอะไรนี่จะกลายเป็นการทำให้หลายๆ คนใช้เป็นช่องทางเอาเปรียบได้อยู่เหมือนกัน (ก็เล่นเห็นว่าเราไม่ถือโทษอะไรเนี่ยแหละ) ฉะนั้นมันก็ต้องหาจุดให้ดีว่าตรงไหนที่คุณจะยอม ไม่ว่าอะไร และจุดไหนที่คุณควร “ไม่ยอม”

จริงๆ มันก็ยังมีนิสัยหลายอย่างที่เราอาจจะมองว่าเป็นนิสัยดีๆ ของเราแต่อาจจะเป็นเรื่องไม่ดีสักเท่าไร (และผมเชื่อว่าคนรอบตัวเราหลายคนก็คงมีเตือนๆ กันบ้างล่ะ) ยังไงก็ลองคิดๆ กันดูนะครับ :)