4 สัญญาณบอกว่าเราควรเปลี่ยนงานได้แล้ว

เมื่อเราถามเรื่องปัจจัยสำคัญในการเปลี่ยนงานนั้น หลายคนจะพูดกันคือเรื่องของความสุขทำนองว่าถ้าไม่มีความสุขแล้ว เราก็ควรจะเปลี่ยนงานเสีย ถ้างานที่ทำมันทำให้เครียด ทำให้รู้สึกไม่ดี ก็อย่าทำมันเลย

เอาล่ะ มันเป็นหลักการคิดที่จะว่าไปแล้วก็เข้าใจได้อยู่ แต่สิ่งที่น่าคิดคือมันจะมีแค่เรื่องของอารมณ์กับความรู้สึกที่เอามาตัดสินเรื่องนี้หรือเปล่า ? ถ้าความรู้สึกนั้นเป็นเพียงความรู้สึกชั่ววูบ หรือเป็นเหตุชั่วคราวล่ะ มันก็ไม่เท่ากับเราด่วนตัดสินใจไปหรือเปล่า ?

ประเด็นนี้นำมาสู่เรื่องน่าคิดว่าเราจะรู้ได้อย่างไรเมื่อถึงเวลาที่เราควรจะเปลี่ยนงานจริง ๆ เสียที ซึ่งในหนังสือ Career Leap เขาก็มีสี่ตัดชี้วัดน่าสนใจ (ที่ไม่เกี่ยวกับแค่เรื่องของความไม่พอใจ) ไว้ให้เราใช้สำรวจตัวเองกัน

  1. ประสิทธิภาพการทำงานลดลง อาจจะเกิดจากการที่ไม่ได้มีแรงบันดาลใจในการทำงาน ไม่อยากทุ่มเทให้กับงานแล้ว กลายเป็นการทำงานให้ครบ ๆ ไปโดยใช้แรงน้อยที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเข้าสู่การทำงานแบบนี้ก็ย่อมไม่ดีกับตัวคนทำงานเองเพราะจะโดนคนรอบข้างมองไม่ดีเอาเสียเปล่า ๆ และในอีกนัยหนึ่งคือตัวเราไม่ได้มีความอยากจะทำงานนี้แล้ว

  2. ไม่ได้รู้สึกถึงคุณค่าขององค์กร ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นเพราะเห็นว่าองค์กรนี้ไม่ได้เป็นแบบที่ตนเคยคิด ซึ่งหมายความว่าถ้าเราจะอยู่ต่อก็คือการเปลี่ยนแปลงตัวตนของเราเพื่อให้เข้ากับองค์กร และนั่นอาจจะเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนไม่ได้อยากจะทำ หรืออาจจะพูดในอีกแบบหนึ่งก็คือเราไม่ Fit กับองค์กรแล้วนั่นเอง

  3. กลัวการโดนเลย์ออฟ เกิดมาจากทั้งที่ตัวเราไม่มีความสามารถเพียงพอกับงานที่ทำ เช่นเดียวกับการที่องค์กรไม่มีความแน่นอนและมีการปรับโครงสร้างอยู่เรื่อย ๆ อันนำมาซึ่งการเอาคนออกและทำให้เราตกอยู่ในความวิตกกังวลว่าจะเป็นหนึ่งในคนที่ถูกเลือกหรือไม่ และนั่นก็คงเป็นจุดที่บอกได้แล้วว่าเราอาจจะเหมาะไปอยู่ที่อื่นดีกว่า

  4. เมื่อเรา Burnout กับงาน ไม่ว่าจะเพราะงานเยอะหรืองานที่ทำนั้นดูไม่มีวันจบสิ้นจนทำให้รู้สึกหมดใจ หมดความท้าทายที่จะอยากทำต่อ และเมื่ออาการ Burnout เข้ามาก็เรียกว่ามันเผาตัวเราจนยากที่จะกู้กลับมาให้ทำงานต่อได้แล้วนั่นเอง

จากประสบการณ์ส่วนตัวของผมที่เคยเปลี่ยนงานมาไม่น้อย ก็ต้องยอมรับว่า 4 ข้อที่ว่านี้มีส่วนจริงมากทีเดียว เพราะมันคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเริ่มไม่มีใจจะทำงาน บ้างก็เป็นจุดที่ทำให้เรารู้ว่างานที่ทำอยู่นั้นไม่ใช่งานที่ “ใช่” เหมือนวันที่เราสมัครงานวันแรกอีกแล้ว และแน่นอนว่ามันถึงจุดที่เราควรจะก้าวไปสู่งานใหม่เสียทีแหละครับ