top of page

3 ความผิดพลาดใหญ่ๆ ในการใช้ชีวิตของคนช่วงอายุเลข 3

เขาว่ากันว่าในแต่ละช่วงอายุของคนนั้นจะมีสิ่งที่เราควรทำและไม่ควรทำอยู่ ซึ่งบางสิ่งพอคนเผลอไปทำเนี่ยก็อาจจะทำให้คุณเสียโอกาสหลายๆ อย่างในชีวิตอย่างไม่ควรจะเสียเหมือนกัน (ตัวผมเองก็เคยเสียโอกาสกับเรื่องบางเรื่องอยู่หลายปี ซึ่งพอมาคิดย้อนหลังก็น่าเสียดายอยู่ไม่น้อย) และสำหรับอายุช่วงเลข 3 (30-39) นั้นก็เป็นช่วงที่เรากำลังทำงานและพยายามสร้างความมั่นคงด้านการงานให้กับตัวเอง ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากที่สุดช่วงหนึ่งเลยก็ว่าได้

พอเป็นเช่นนี้ Inc เลยสรุป 3 สิ่งที่อาจจะทำลายโอกาสดีๆ ของชีวิตคุณไปโดยที่คุณไม่รู้ตัวในช่วงอายุเลข 3 เนี่ยแหละ ซึ่งผมว่ามันเป็นสิ่งที่น่าคิดมากทีเดียวเชียว (เห็นด้วยไม่เห็นด้วยก็บอกกันได้นะครับ)

1. ห่างเหินกับคนอื่นๆ เพราะงาน

ถ้าว่ากันถึงบรรดาความเสียใจ / เสียดายของคนทำงานแล้ว หนึ่งในสิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือการทำงานมากเกินไปจนไม่มีเวลาให้กับคนสำคัญ (และมันกลายเป็นสิ่งที่เราพูดถึงกันบ่อยจนอาจจะเคยชินไปแล้วก็ได้) อย่างไรก็ตาม ด้วยช่วงอายุเลข 3 นี้เองก็ถือเป็นช่วงที่หลายๆ คนโหมทำงานมากเป็นพิเศษเพราะอยู่ในช่วงที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าคน บ้างก็อยู่ในช่วงกำลังขาขึ้นด้านหน้าที่การงานซึ่งจะให้หยุดหรือเพลาลงก็คงจะไม่ใช่เรื่องง่ายดายนัก

อันที่จริง สำหรับข้อนี้เองนั้นก็คงต้องดูถึงปัจจัยหลายๆ อย่างด้วย สิ่งสำคัญอย่าง “ความสำเร็จ” เองก็มักจะเป็นแรงจูงใจที่ดีสำหรับหลายๆ คน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไม่ควรถูกมองข้ามไปก็คือ “ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง” ที่คุณเองก็ควรจะระลึกไว้อยู่เรื่อยๆ ด้วย

– Don’t just work. Make memories. The older you get, the harder it is to make meaningful relationships. Foster those up while you’re young. – Michael Dorian Back

2. รักษาสมดุลไม่ได้ระหว่างรายได้และสิ่งที่ตัวเองหลงรัก

ด้วยช่วงอายุเลข 3 นี้เป็นช่วงของการสร้างฐานะด้วย ทำให้หลายๆ คนเองอาจจะให้ความสำคัญกับเรื่องรายได้เป็นพิเศษ การงานส่วนใหญ่ถูกให้ความสำคัญว่าทำอย่างไรถึงจะได้รายได้ที่เพียงพอกับการเสริมสร้างฐานะในระยะยาว แต่ก็นั่นแหละที่ทำให้หลายๆ คนหลงลืมและละตัวเองจากสิ่งที่ตัวเองเคยหลงรักหรือมีความฝันไว้ ก่อนที่หลายๆ คนจะมาบ่นตอนบั้นปลายว่าการทำงานในช่วงนี้แหละที่ทำให้พวกเขาหลงลืมตัวตนไปเสีย

อันที่จริงแล้ว แม้ว่าเรายังต้องการรายได้มาช่วยในการใช้ชีวิตอยู่ แต่การเติมไฟให้ตัวเองด้วยการทำสิ่งที่ตัวเองหลงรักนั้นยังไงก็เป็นสิ่งที่ดีเหมือนกัน และถ้าเราดูบรรดาคนที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้น ก็มักจะเป็นคนที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักเสียส่วนใหญ่ (แม้แต่บรรดานักธุรกิจหรือผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จ) ฉะนั้นแล้ว บางทีคงจะดีถ้าคุณสามารถหาทางที่จะรักษาสมดุลระหว่างสองอย่างที่ดูเหมือนจะขัดกันนี้ให้อยู่ในระดับที่ตัวคุณเองก็ไม่ถึงกับสูญเสียตัวตนไป และในขณะเดียวกันก็ยังสามารถมีความก้าวหน้าไปด้วยได้

ส่วนถ้าใครสามารถทำให้สองอย่างนี้ไปในทางเดียวกันได้นั้น ต้องบอกเลยว่าคุณโชคดีมากๆ ทีเดียวเชียวล่ะ

3. การเดินตามขนบหรือสูตรสำเร็จการใช้ชีวิตที่ใครๆ เขาก็ทำกัน

อีกหนึ่งสิ่งที่คนอายุมากมักจะบ่นเสียดายกันคือช่วงชีวิตเลข 3 นี้มักจะมีการใช้ชีวิตที่ไปตาม “ระบบ” หรือตาม “สูตรสำเร็จ” ที่เหมือนสังคมสร้างรูปแบบเอาไว้ ประเภทเรียนต่อปริญญาสูงๆ ทำงานก้าวหน้าเป็นผู้จัดการ ซื้อรถ ซื้อคอนโด มีแฟน แต่งงาน เข้าสังคม ฯลฯ และพอไม่ได้ใช้ชีวิตแบบนั้นก็จะรู้สึกแปลกแยก กดดัน และกลายเป็นต้องพยายามทำตัวแบบนั้นเพื่อให้ตัวเองรู้สึกปลอดภัยขึ้น (ผมเองก็เคยเป็นแบบนั้นในช่วงอายุเลข 2 ปลายๆ นั่นแหละครับ)

อันที่จริง ชีวิตคนเรามันก็ไม่ได้มีสูตรตายตัวแต่อย่างใด การที่คุณเลือกเดินตามสูตรต่างๆ โดยไม่ได้เกิดจากความต้องการของคุณเองนั่นแหละที่จะทำให้คุณสูญเสียโอกาสโดยใช่เหตุ เพราะตัวตนที่แท้จริงของคุณ ความสามารถของคุณอาจจะไม่ได้อยู่ในกฏเกณฑ์หรือรูปแบบที่คุณถูกบอกต่อๆ กันมา ฉะนั้นมันคงจะดีเสียกว่าที่คุณจะตั้งเป้าหมายชีวิตด้วยตัวคุณเอง จากความต้องการของคุณเอง และสร้างแบบแผนการใช้ชีวิตในแบบของคุณแทนที่จะบอกว่าทำ “เหมือนคนอื่นๆ” เพราะถ้าคุณเริ่มอะไรจากตัวคุณเองแล้ว คุณจะมีมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ และสามารถสร้างโอกาสให้ตัวเองได้อีกมากมายเลยทีเดียว

สามข้อดังกล่าวนั้น เรียกได้ว่าน่าสนใจทีเดียว ส่วนจะบอกว่ามันเป็นความผิดพลาดหรือไม่นั้น อันนี้ก็คงต้องแล้วแต่ใครๆ จะไปตีความหรือไปเทียบเคียงกับชีวิตตัวเองแล้วล่ะครับ

#การใชชวต #ความผดพลาด

bottom of page