2 แกนหลักเกี่ยวกับธุรกิจที่คุณควรใช้สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย

ในคลาส Content Marketing นั้น ผมมักจะยกเบสิคสำคัญๆ ว่าการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายนั้นมี 2 แกนหลักๆ ที่คนทำงานควรจะเข้าใจกันเสียก่อน ทั้งนี้เพราะการสื่อสารที่ดีคือการสื่อสารที่สามารถโน้มน้าวหรือสร้างการเชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมายที่กำลังสื่อสารได้นั่นเอง

ทีนี้ไอ้สองแกนที่ว่าคืออะไรนั้น ผมขอหยิบโมเดล Storyscaping ของ Gaston Legorburu และ Darren McColl มาอธิบายเพื่อให้เข้าใจกันง่ายๆ แล้วกันนะครับ

ถ้าจะพูดกันแบบเบสิคๆ เลย เป้าหมายของการสื่อสารที่จะสร้างการเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจ / แบรนด์กับกลุ่มเป้าหมายนั้น ก็ต้องเชื่อมต่อกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายให้นั่นแหละ (เพราะถ้าคุณไปพูดอะไรที่เขาไม่ต้องการ มันก็คงไม่มีประโยชน์) ซึ่งพอเป็นแบบนี้เราก็ต้องมาเข้าใจว่าพื้นฐานของมนุษย์นั้นเราต้องการอะไรบ้าง (ในแง่การตลาด) ซึ่งตรงนี้ Storyscaping แบ่งออกเป็น 2 แกนหลัก คือส่วนที่เป็น Emotional Need และ Functional Need ซึ่งก็พออธิบายต่อไปได้ง่ายๆ ว่าคือความต้องการด้านอารมณ์และความต้องการด้านเหตุผลนั่นแหละ

Storyscaping2

ทีนี้สองแกนนี้จะมี “เนื้อหา” ที่ต่างกันอยู่พอสมควร กล่าวกันง่ายๆ คือด้านอารมณ์นั้นคือการสนองความรู้สึกต่างๆ หรือที่เรามักจะคุ้นเคยว่าทำให้คนรู้สึกร่วมไปกับแบรนด์ หรือทำให้คนรู้สึกว่าแบรนด์ดังกล่าวแสดงความเป็นตัวตนของตัวเอง

ในอีกทางหนึ่ง มันก็คือการสร้างสินค้าที่สามารถตอบสนองความต้องการในด้านการใช้งาน ใช้ในการแก้ปัญหาต่างๆ ของกลุ่มเป้าหมายได้ ซึ่งพวกนี้ก็มักจะอธิบายและดูกันง่ายๆ เช่นเครื่องดื่มไว้ดับกระหาย โทรศัพท์ไว้ติดต่อสื่อสาร ฯลฯ

2 แกนหลักนี้เองคือสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายจะทำการเชื่อมโยงกับตัวแบรนด์ / สินค้า / บริการ ซึ่งนักการตลาดก็ต้องมาวิเคราะห์กันต่อนั่นแหละครับว่าตัวเองจะสามารถสื่อสารสองแกนดังกล่าวออกไปอย่างไรเพื่อสร้างความแตกต่าง / ความโดดเด่นให้กับคู่แข่งให้ได้ ถ้าเป็นฝั่ง Emotional Need ก็ต้องไปดูเรื่องการสร้าง Brand DNA / Brand Essence ต่างๆ เพื่อที่จะสร้าง Brand Perception ที่ตรงกับความต้องการด้านอารมณ์ของกลุ่มเป้าหมาย ส่วนในทาง Functional Need นั้นก็ต้องวิเคราะห์ให้ได้ว่า Pain Point ของกลุ่มเป้าหมายคืออะไร แล้วก็สร้างสินค้าแล้วนำเสนอให้เห็นว่ามันจะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างไร

สำหรับผมแล้ว เวลาทำคอนเทนต์สำหรับแบรนด์ต่างๆ ก็คงวนๆ อยู่กับสองแกนนี้เป็นสำคัญ เพราะผมคิดว่ามันคือพื้นฐานที่อยู่บน Basic Needs ของมนุษย์เรานี่แหละ นักการตลาดที่เก่งคือมองให้ออกว่าในแต่ละช่วงนั้นจะเลือกใช้แกนไหนสื่อสาร ธุรกิจของเราเหมาะกับใช้แกนไหนเป็นตัวเดินเรื่อง ฯลฯ เพราะมันก็ไม่มีสูตรตายตัวหรอกครับว่าจะต้องแบ่งน้ำหนักกันอย่างไร

สำหรับคนที่สนใจโมเดลดังกล่าว ลองหาหนังสือมาอ่านได้ครับ มีเคสและวิธีคิดน่าสนใจอยู่พอสมควรเลยทีเดียว ^^

#contentmarketing #story