top of page

แก้ปัญหาในออฟฟิศด้วยหลักการ – ไม่ใช่ด้วยความสัมพันธ์

ความ “กันเอง” มันเป็นสิ่งที่ดีที่ทำให้ความสัมพันธ์ของคนในองค์กรราบรื่น ไม่มีความตึงหรือจริงจังมากเกินไป ทำให้หลายคนรู้สึกผ่อนคลายเมื่อมาทำงาน และนั่นทำให้หลายบริษัทโดยเฉพาะบริษัทเล็ก ๆ มักจะใช้เป็นแนวทางการทำงาน

แต่สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นตามมาอยู่บ่อย ๆ คือการเกิดปัญหาอะไรขึ้น หรือมีกรณีอะไรบางอย่างที่ต้องเข้าไปจัดการ เช่นความผิดพลาด การผิดใจกัน ความขัดแย้งกันในออฟฟิศนั้น หลายคนก็มักจะให้ใช้ความสัมพันธ์และ “กันเอง” แก้ปัญหาเสีย ประมาณว่าพอซี้กันก็เคลียร์กันได้ หรือให้จบ ๆ ไปเพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ บ้างก็ถือแก่ว่ารักกันก็เลยไม่เอาความ ไม่พูดวิจารณ์กัน

จะเห็นว่าวิธีดังกล่าวอาจจะเป็นการทำให้ปัญหาหรือสิ่งต่าง ๆ นั้นจบเร็ว ไม่ยืดเยื้อ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องบอกว่ามีอันตรายอยู่พอสมควรเพราะมันคือการใช้ “อคติ” เข้ามาแก้ปัญหา กล่าวคือการให้ความรู้สึกเอนเอียงเพราะความสัมพันธ์ในการที่จะคิดตัดสินใจ หรือการเลือกจะพูด / ไม่พูดเพราะเห็นกับอีกฝั่งหนึ่ง

คำถามคือถ้าเป็นคนที่ไม่สนิทกัน หรือสนิทไม่เท่ากันแล้ว เราจะเคลียร์ปัญหาแล้วได้ผลลัพธ์แบบเดียวกันหรือไม่ ? เรื่องนี้ถ้าพนักงานองค์กรมีไม่กี่คนก็คงจะไม่เกิดปัญหาอะไรมากนัก แต่ถ้ามีเยอะขึ้น มากคนก็มากความและมีหลายระดับความสัมพันธ์ แล้วคนที่ถูกแก้ปัญหาด้วยความสัมพันธ์ที่ต่างกันจะคิดว่ามันยุติธรรมหรือเปล่า ?

และนั่นจะยิ่งทำให้เกิดการคิดต่อกันอีกว่าถ้าใครมีความสัมพันธ์ที่ดีกว่าก็จะเคลียร์กันง่ายกว่า ก็เลยเกิดการคิดแบบสร้างพรรคพวก การพยายามสร้างมิตรภาพโดยหวังผลเรื่องงานแทนที่จะเป็นมิตรภาพอย่างที่ควรจะเป็น

ด้วยเหตุนี้เอง เขาถึงมักบอกบ่อย ๆ ว่าต่อให้จะรักกันแค่ไหน จะสนิทกันแค่ไหน แต่การทำงานในองค์กรนั้น เริ่มจากตัวผู้บริหารเองก็ต้องมีหลักการในการทำงาน ในการตัดสินใจ ในการพิจารณา ประเภทที่ว่าใครมาถามก็สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน โปร่งใส ไม่ทำให้เกิดครหา ซึ่งนั่นเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ

ที่สำคัญคือต้องบังคับใจตัวเองด้วยว่าแม้การแก้ปัญหาแบบใช้ความสัมพันธ์จะสามารถจบเร็วได้จริง ก็ต้องไม่ทำ และเลือกใช้หลักการเข้ามาจัดการแทน เพราะไม่งั้นจะเกิดการเสียนิสัย การเลียนแบบ หรือเผลอ ๆ จะกลายเป็นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรเลยก็ได้นั่นเอง

bottom of page