[วิเคราะห์] มองเทรนด์การตลาดจากงาน Google I/O 2019

งานใหญ่ประจำปีของ Google ก็ได้เริ่มขึ้นไปแล้ว ซึ่งใน Keynote ใหญ่ก็มีการเผยถึงนวัตกรรมใหม่ๆ ในบริการของ Google ซึ่งปัจจุบันก็ถือว่าเป็นหนึ่งในบริการหลักบนโลกดิจิทัล โดยในปีนี้ก็มีเรื่องน่าสนใจหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นทั้งฝั่งบริการเดิมที่ถูกพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมทั้งการออกสินค้าตัวใหม่ (สำหรับคนที่สนใจรายละเอียดงานแบบครบถ้วน แนะนำให้อ่านบล็อกนี้ของ Vantage ครับ)

ทีนี้เราก็อาจจะมาคิดกันต่อว่า ไหนๆ Google ก็เป็นเจ้าใหญ่ในวงการดิจิทัลและมีบทบาทสำคัญกับการสร้างเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภค (จากบริการของตัวเอง) แล้วถ้าเรามองในแง่ของการตลาดจาก Keynote ที่จบไปนั้น มีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง? ผมขอสรุปเป็นหัวข้อต่างๆ ตามความเห็นของผมนะครับ

AR จะมีบทบาทมากขึ้น + ลูกเล่นที่เยอะกว่าเดิม

แม้ว่า AR Technology จะมีมาพักใหญ่ๆ และก็ถูกพูดถึงเยอะว่าจะเป็นเทรนด์ โดยก่อนหน้านี้ก็มีบางแบรนด์หยิบมาพัฒนาแอพที่น่าสนใจอย่างของ IKEA และ Sephora แต่ก็ยังไม่ได้แพร่หลายมากนัก

แต่ล่าสุดจะเห็นว่า Google นำ AR มาผนวกกับบริการของตัวเองมากขึ้น อย่างล่าสุดที่ระบบ Search เองก็จะนำคอนเทนต์แบบ AR มาอยู่ในผลการค้นหา และทำให้คนที่กำลังหาข้อมูลนั้นๆ สามารถมีประสบการณ์กับคอนเทนต์ได้มากขึ้นด้วย อย่างตัวอย่างที่โชว์คือการที่คนสามารถ Search หารองเท้าที่ตัวเองต้องการและดูแบบ 3D ให้เห็นรายละเอียดมากขึ้น รวมทั้งนำ AR มาใช้เพื่อวางเทียบกับเสื้อผ้าของตัวเองว่าเข้ากันได้หรือไม่

มุมมองการตลาด

เราจะเห็นว่าด้วยโจทย์ของ Google ที่ต้องการให้คนเราสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ที่ประโยชน์ต่างๆ ได้ง่ายขึ้นนั้น ทำให้คอนเทนต์ที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยี AR ดูจะมีแนวโน้มที่จะเข้ามาในชีวิตของเรามากขึ้นเรื่อยๆ ในหลายๆ บริบท โดยแม้ว่าวันนี้อาจจะยังดูไม่ค่อยได้ใช้เพราะเทคโนโลยีการสร้างคอนเทนต์ยังถือว่าใหม่และทำกันได้ไม่ง่ายจนทำให้เรายังไม่มีคอนเทนต์ฝั่งนี้เยอะ แต่การที่ Google ให้ความสำคัญและพยายามเชื่อมคอนเทนต์เหล่านี้เข้าสู่หนึ่งในพฤติกรรมการใช้งานยอดนิยมของคนทั้งโลกนั่นก็คือการ Search แล้วนั้น ก็ย่อมแสดงว่าในไม่ช้าก็เร็ว เราก็คงจะเห็นบทบาทของคอนเทนต์แบบ AR มากขึ้นเรื่อยๆ

หรือถ้าจะคิดกันง่ายๆ นั้น ถ้าคนคุ้นเคยกับการใช้ AR มากขึ้น และเข้าถึงได้ง่ายผ่านการ Search บนมือถือด้วยแล้ว บางทีแบรนด์อาจจะต้องคิดเรื่องการทำคอนเทนต์ AR เพิ่มขึ้นมานอกเหนือจากคอนเทนต์แบบภาพ / วีดีโอด้วยเหมือนกัน

Live Caption: ให้คนสนุกกับ Video Content มากกว่าเดิม

หนึ่งในฟีเจอร์สุดเจ๋งที่มีการเปิดตัวในงาน Google I/O 2019 ก็คือการทำ Live Caption หรือพูดง่ายๆ คือการทำซับไตเติ้ลแบบ Real-Time นั่นเอง ซึ่งอันนี้น่าจะเป็นสิ่งที่หลายๆ คนชอบมากไม่ว่าจะเป็นคนทำคอนเทนต์หรือคนเสพคอนเทนต์

สิ่งที่จะมีผลมากขึ้นจากฟีเจอร์นี้คือทำให้ประสบการณ์กับคอนเทนต์วีดีโอดีมากขึ้น เข้าถึงคนได้เยอะขึ้น และหากอนาคตสามารถพัฒนาไปถึงจุดที่ทำ Live Translation ได้แล้วก็จะยิ่งทำให้ขีดจำกัดของการทำคอนเทนต์แบบเดิมๆ นั้นหายไปในทันที


มุมมองการตลาด

ถ้าเรามองกันแบบพื้นฐานแล้ว การทำ Live Caption นี้ก็จะช่วยเรื่องการเสพคอนเทนต์บน YouTube สำหรับคนที่ไม่สะดวกในการเปิดเสียง เช่นกำลังอยู่ในขนส่งสาธารณะ ห้องประชุม หรือทำให้คอนเทนต์เหล่านี้เข้าถึงคนที่มีข้อจำกัดในการฟังเสียงด้วย ซึ่งก็น่าจะทำให้พฤติกรรมการเสพคอนเทนต์บนตัวแพลตฟอร์มเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน

สิ่งที่น่าสนใจคือการพัฒนานี้จะทำให้ศักยภาพของคอนเทนต์วีดีโอมีมากขึ้นเรื่อยๆ และน่าจะกลายเป็นลูกเล่นสำคัญในการทำคอนเทนต์เพื่อเข้าถึงคนหมู่มากในอนาคต

Assistant & Marketing Automation

สิ่งที่เห็นได้ชัดในปีนี้คือการที่นวัตกรรมใหม่ๆ ของ Google นั้นจะทำให้ชีวิตของผู้ใช้ง่ายขึ้นกว่าเดิมจากการที่คอมพิวเตอร์นั้นเรียนรู้และประมวลผลได้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยกรอกข้อมูลต่างๆ โดยอัตโนมัติให้กับผู้ใช้งานสำหรับการจองบริการต่างๆ เพื่อสามารถประหยัดเวลาได้มากขึ้น


เรื่องนี้น่าจะเป็นสัญญาณว่าบริษัทเทคโนโลยีกำลังก้าวไปสู่อีกขั้น จากเดิมที่ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงคอนเทนต์ ข้อมูลและบริการต่างๆ ไปสู่การที่มันจะช่วยทำงานหลายๆ อย่างแทนเราด้วย (Getting things done) ซึ่งก็จะทำให้ชีวิตของเราสะดวกสบายมากขึ้นอย่างมาก

นอกจากนี้แล้ว เรายังเห็นว่า Google Assistant ก็มีการพัฒนาขึ้นมาจากเดิมมาก ไม่ว่าจะเป็นการสั่งงานที่หลากหลายได้มากกว่าเดิม สามารถควบคุมอุปกรณ์ สั่งให้เขียนอีเมล์ โต้ตอบต่างๆ ฯลฯ ชนิดที่เรียกว่าไม่ต้องยกมือถือกันบ่อยๆ อีกต่อไป ซึ่งนั่นก็อาจจะเป็นพฤติกรรมที่เราจะเห็นมากขึ้นในอนาคต

มุมมองการตลาด

เรื่องของ Marketing Automation นั้นเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ถูกหยิบมาคุยกันเยอะในยุคหลังๆ ของ Digital Marketing เพราะขีดความสามารถของคอมพิวเตอร์นั้นสูงขึ้นจนสามารถทำอะไรอัตโนมัติแทนเราได้ ประกอบกับเทคโนโลยี AI ที่นับวันก็ฉลาดขึ้นจนทำให้หลายๆ คนมองไปไกลในการนำทุกเทคโนโลยีมารวมกันเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า (Customer Expereince) เช่นไม่ต้องกรอกข้อมูลเยอะแยะ ระบบจัดการให้แบบออโต้ หรือบริการเรียนรู้ได้ว่าคุณต้องการอะไรแล้วนำเสนอให้โดยที่ไม่ต้องถามหา ฯลฯ

ขีดความสามารถใหม่นี้ถือเป็นเรื่องใหม่ แต่ท้าทายวิสัยทัศน์ของนักการตลาดพอสมควรว่าจะนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาทำให้ประสบการณ์ของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ตัวเองนั้นดีขึ้นกว่าเดิมได้อย่างไร โดยเฉพาะกับช่องทางการบริการต่างๆ บนดิจิทัลที่นับวันคนก็ต้องการอะไรที่เร็วขึ้น ง่ายขึ้น สะดวกขึ้นนั่นเองล่ะครับ

เรื่องของ Google นั้นมีรายละเอียดอีกเยอะ เพราะงาน Google I/O ปีนี้ต้องยอมรับว่าขนเทคโนโลยีใหม่ๆ มากันเพียบ และหลายอย่างนั้นเป็นสิ่งที่ค่อนข้างล้ำพอสมควรโดยอาจจะยังไม่ได้ใช้จริงกันในเร็ววัน แต่จะเป็นรากฐานสำคัญมากๆ กับโลกดิจิทัลในอนาคต สำหรับคนที่สนใจสามารถดู Keynote ย้อนหลังได้นะครับ


#google