มีเครื่องมือดีๆ ก็ไร้ค่า ถ้าคุณไร้ความคิดที่จะใช้มันให้ถูกวิธี

ทุกวันนี้มีคนมาปรึกษาผมบ่อยๆ เรื่องการเลือกเครื่องมือออนไลน์ต่างๆ เพื่อช่วยในการบริหารจัดการสิ่งต่างๆ เช่น Social Media Management Tool หรือ Social Listening Tool ประกอบกับที่ทุกวันนี้เราก็เริ่มเห็นบริษัทมากมายขยันออนกเครื่องมือต่างๆ มามากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งก็ต้องขอบคุณเทคโนโลยีและความสามารถด้านการเขียนโปรแกรมที่ทำให้เรามีเครื่องมือมากมายเป็นตัวเลือกในปัจจุบัน

แต่ปัญหาหนึ่งที่ผมมักจะเจอเวลาไปให้คำปรึกษาหลายๆ บริษัท ไม่ใช่เรื่องการที่พวกเขาไม่มีความสามารถในการใช้เครื่องมือเหล่านี้ (หรือเพราะพวกเขาไม่มีตังในการซื้อ) แต่คือการไม่มีแผนหรือกลยุทธ์ในการใช้เครื่องมือเหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพต่างหาก

ผมเลยมักเจอสถานการณ์ตลกๆ ประเภทว่าเรามีเครื่องมือดีๆ มากมาย เรามีข้อมูลเยอะแยะมหาศาล แล้วพอถามต่อว่า “แล้วเอามันไปทำอะไร” ก็จะเริ่มสถานการณ์มองหน้ากันแบบงงๆ หรือยิ้มเพราะไม่มีคำตอบ

เรื่องนี้ผมมักจะพูดบ่อยๆ เวลาเทียบในหลายๆ วงการ เช่นถ้าเป็นวงการหนัง ก็จะเห็นได้ว่าเรามีเครื่องมือเครื่องไม้ไม่ได้แพ้ต่างประเทศ แต่ที่เราคาดไปคือไอเดียและความคิดในการสร้างสรรค์โดยใช้เครื่องมือเหล่านั้น ถ้าเป็นเรื่องของกล้อง จะเห็นว่าคนมากมายมีกล้องราคาแพงๆ แต่กลับถ่ายรูปได้ดูธรรมดา ในขณะที่บางคนมีแค่กล้องมือถือกลับถ่ายรูปชนิดน่าทึ่งเอาได้ ฯลฯ

ที่ยกตัวอย่างเหล่านี้มา เพราะทุกครั้งเวลาคนปรึกษาผมว่าจะต้องมีอะไรบ้างบนโลกออนไลน์ ผมก็มักจะพูดเสมอๆ ว่าคุณจะมีอะไรก็ได้ แต่ที่คุณต้องมีอย่างแรกคือการวางแผนและกลยุทธ์ที่ชัดเจนว่าจะใช้มันทำอะไร ทำอย่างไร เพื่อให้เครื่องมือเหล่านั้นได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

เพราะไม่อย่างนั้นเครื่องมือเหล่านี้ก็อาจจะกลายเป็นแค่เครื่องมือที่คุณเอามาเก็บไว้ ไม่ได้ใช้ และก็เสียงบประมาณไปโดยใช่เหตุ

และที่น่าตลกคือองค์กรจำนวนมากเสียเงินไปกับเครื่องมือที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เหล่านี้แบบไม่น้อยทีเดียว

ความคิดหนึ่งที่ทำให้เกิดความผิดพลาดแบบนี้คือการพยายามคิดแบบ “เผื่อ” จนบางทีเราก็ลืม “ยั้งคิด” ประเภทเห็นอะไรดีๆ เราก็รีบคว้ามาก่อน เจอหนังสือน่าสนใจก็ซื้อมาก่อน เจอเครื่องมือหรือซอฟท์แวร์ดีๆ ก็ซื้อมาก่อน ทั้งที่จริงๆ เราอาจจะไม่ได้ต้องใช้มันจริงๆ (หรือยังนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่าจะได้ใช้มันเมื่อไร) แต่ด้วยการโฆษณามันทำให้เรามักคิดว่า “เดี๋ยวก็ได้ใช้แหละ” หรือ “เดี๋ยวพอเวลาจะใช้แล้วไม่มีจะน่าเสียดายโอกาส” ซึ่งนั่นกลายเป็นเหตุผลเข้าข้างตัวเองในหลายๆ ครั้ง

พูดมาเนี่ย ผมเองก็ยังเป็นอยู่เลย ประเภทที่ซื้อแอพหลายๆ แอพโดยที่เห็นว่าเจ๋งดี น่าใช้ แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ได้ใช้ (และผมเชื่อว่าหลายๆ คนก็คงไม่ต่างกันนั่นแหละ)

ฉะนั้นแล้ว ผมว่าคงจะดีถ้าเราลองคิดทบทวนกันเสียเล็กน้อยว่าเครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่เราอยากได้นั้นมีประโยชน์อะไรกับเรา และเราจำเป็นต้องใช้มันมากน้อยแค่ไหน สิ่งที่เรามีในทุกวันนี้เพียงพอจะตอบโจทย์นั้นไหม ฯลฯ และพอคุณคิดไปเรื่อยๆ แล้วอาจจะพบความจริงที่แสนโหดร้ายก็เป็นได้