พลังของเสียงใน Content – ปัจจัยที่คุณไม่ควรมองข้าม

ไหนๆ ช่วงนี้หลายๆ คนก็กำลังเริ่มอินกับกระแสทำคอนเทนต์วีดีโอตามที่หลายๆ สำนักพากันมาชี้ว่าเป็นโอกาสใหม่ที่นักการตลาดไม่ควรพลาด ผมเลยลองมานั่งๆ ดูคอนเทนต์ดีๆ หลายชิ้นที่น่าสนใจแล้วทำให้คิดถึงปัจจัยบางอย่างที่หลายๆ คนมักจะไม่ค่อยพูดถึง นั่นคือเรื่องของ “เสียง” นั่นเอง

อันที่จริง “เสียง” น่าจะเป็นลูกเมียน้อยของการทำคอนเทนต์พอสมควร เพราะคนส่วนใหญ่มักไปให้ความสนใจในเรื่องของภาพและเนื้อเรื่องเป็นสำคัญ ซึ่งจะว่าไปมันก็ไม่ได้ผิดอะไรหรอกครับ เพราะสองอย่างนั้นเป็นสิ่งแรกๆ ที่คนจะสัมผัสได้

แต่ก็นั่นแหละที่ผมมักพูดอีกเช่นกันว่า “คอนเทนต์” ไม่ใช่แค่เรื่องของสิ่งที่เห็นเพียงอย่างเดียว แต่สิ่งที่ได้ยินก็เป็นคอนเทนต์ชั้นดีได้เช่นกัน (เพราะสุดท้ายมันก็เป็นประสาทสัมผัสและการรับรู้ของเรานั่นแหละ) ซึ่งว่าจะไปคอนเทนต์เสียงดีๆ ที่เรามักจะเสพกันอยู่ทุกวันก็คือเพลงที่เราฟังกันทุกๆ วันเนี่ยแหละฮะ

และที่นอกเหนือจากเพลงแล้ว เสียงประกอบหรือเพลงบรรเลงก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน และถ้าเลือกเสียงประกอบได้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว มันก็จะทำให้คอนเทนต์โดยเฉพาะพวกวีดีโอนั้นออกมาได้ทรงพลังเลยทีเดียว

เพื่อให้เห็นภาพ ผมขอยกตัวอย่างวีดีโอคอนเทนต์ที่มีเสียงประกอบชั้นยอดมาให้ดูและฟังกันนะครับ ถ้าอยากรู้ว่าเสียงมีพลังแค่ไหน คุณลองปิดเสียงแล้วดูแค่ภาพเฉยๆ ดูสิฮะ ^^


คอนเทนต์ของ GoPro ชิ้นนี้ผมว่าเป็นการใช้เพลงประกอบ (Run Boy Run) ได้อย่างลงตัวมาก เพราะสามารถเสริมพลังของภาพได้อย่างน่าทึ่ง และเร้าให้เรารู้สึกตื่นเต้น เต็มไปด้วยความรู้สึกอยากผจญภัยแบบเดียวกับคอนเซปต์ของ GoPro เลยทีเดียว


ตัวอย่าง Cinderella ฉบับนี้ ผมชอบท่อนเพลงประกอบในครึ่งหลังมาก เพราะมันแสดงความ Magical ได้อย่างดีเยี่ยม มันทำให้เรารู้สึกปลื้มปลิ่มกับความเป็นจินตนาการ ตอบโจทย์ตัวหนังได้ดีเลย


แม้ว่าตัวหนังอาจจะเป็นที่ตั้งคำถามในเรื่องตอบโจทย์กับการสร้างแบรนด์แค่ไหน แต่ที่ต้องยอมรับคืองานวีดีโอชิ้นนี้ของ Brother นั้นทรงพลังมาก ทั้งเรื่อง ภาพ และ “เสียง” ที่ลงตัวสุดๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ