ปัญหาชวนปวดหัวของการจ้างและรับจ้างทำคอนเทนต์

เห็นพอดีวันนี้มีโพสต์สุดฮือฮาของการจ้างคนทำคอนเทนต์ด้วย Budget ที่เห็นแล้วต้องปาดเหงื่อว่ามันจะน้อยอะไรปานนั้น แล้วก็เลยคิดต่อได้ว่าปัญหาเรื่องการว่าจ้าง / รับจ้างทำคอนเทนต์เนี่ยมีหลายเรื่องที่น่าเป็นห่วงอยู่เสียหน่อยเพราะนับวันวงการนี้จะ “ป่วน” มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งผมลองลิสต์ปัญหาต่างๆ มาดังนี้ครับ

1. การปั้มคอนเทนต์ที่ไม่ได้คุณภาพ

กรณีนี้คือการรับจ้างทำคอนเทนต์กับแบบง่ายๆ โดยใช้วิธีการไปก๊อปคอนเทนต์หรือไปแปลงคอนเทนต์จากที่อื่นมาซึ่งเสี่ยงต่อการโดนฟ้องเรื่องลิขสิทธิ์ ไหนบางทีก็เป็นการปั้มคอนเทนต์เพื่อให้ “มี” โดยไม่ได้สนว่าเนื้อหาถูกต้องไหม ข้อมูลเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือเปล่า หรือเอาหนักๆ คือไม่รู้ว่าคอนเทนต์นั้นจะมีประโยชน์อะไร หากแต่เน้นให้มีอะไรครบๆ ตามจำนวนรอบที่มีการระบุไว้ในสัญญาเช่นวันละ 2-3 คอนเทนต์

2. คุณภาพคอนเทนต์สวนทางกับราคา

เคสนี้มีหลายแบบ ตั้งแต่คาดหวังคอนเทนต์แบบดีมาก ประเภทต้องทำกราฟฟิค ต้องเขียนขึ้นใหม่ แต่ให้งบประมาณต่ำต้อยชนิดคนทำงานบางคนบ่นว่าอยู่บ้านเลี้ยงแมวยังดูคุ้มกว่า (ฮา) ในขณะที่บางที่ก็คิดกันแบบชิ้นล่ะหลายพัน (บางทีก็หลายหมื่น) แต่สุดท้ายได้คอนเทนต์ง่อยๆ ที่ไม่ได้มีอะไรพิเศษเสียอย่างนั้น

เรื่องนี้ส่วนหนึ่งปัญหาเพราะความ​ “ไม่รู้” ของคนจ้างที่อาจจะเข้าใจกันผิดๆ ว่าคอนเทนต์นั้นทำไม่ยาก ไปก๊อปๆ มาก็น่าจะไม่คิดอะไรแพง ในขณะที่คนจ้างหลายคนก็ไม่รู้เท่าทันว่าราคาตลาดจริงๆ ควรอยู่ที่เท่าไร ก็เลยคิดว่าจ้างๆ แล้วน่าจะคุ้มค่าแต่กลับได้งานที่ไม่มีคุณภาพเสียอย่างนั้น

แต่พอมาเป็นแบบนี้หลายคนก็จะถามผมว่าราคาคอนเทนต์อยู่ที่เท่าไร ผมก็ตอบค่อนข้างยากเพราะต้องดูว่าคุณมี Requirement ขนาดไหน เช่น

  1. ต้องการคอนเทนต์แบบ Origiral หรือ Curation

  2. มีการทำกราฟฟิคหรือต้นทุนการผลิตเยอะขนาดไหน

  3. มีขั้นตอนและกระบวนการทำงานยุ่งยากแค่ไหน แก้งานได้บ่อยแค่ไหน

  4. ต้องการ Specialist ขนาดไหน

  5. ประสบการณ์ทำงานของคนอยู่ระดับไหน (และคุณจำเป็นต้องใช้ขนาดนั้นไหม)

  6. ฯลฯ

มันเลยไม่มี “ราคากลาง” หรอกครับ อาจจะมีพอเป็น Guidline ว่าน่าจะแถวๆ นี้แต่ก็มี Condition แตกต่างกันไปตามรายละเอียดปลีกย่อยนะฮะ

3. เลือกประเภทของคนทำคอนเทนต์ไม่เหมาะกับแบรนด์

ผมมักบอกบ่อยๆ ว่าไม่ใช่ทุกคนจะทำคอนเทนต์ได้กับทุกสินค้าหรือทุก Industry เพราะบางคนก็จะถนัดและอินกับสินค้าบางอย่างและทำคอนเทนต์ได้ดี ในขณะที่ถ้าไปทำสินค้าที่ตัวเองไม่ได้อิน ไม่ได้ชอบ มันก็อาจจะพูดกันได้แบบกลางๆ ไม่ลงลึก ซึ่งทำให้คอนเทนต์ดูกลางๆ ไม่น่าสนใจเอาได้ง่ายๆ

ด้วยเหตุนี้เวลาเลือกคนทำคอนเทนต์นั้นผมถึงมักแนะนำว่าให้มี “ทดลองงาน” ก่อนเพื่อดูว่าเขาคุยภาษาเดียวกับที่คุณต้องการใช้หรือเปล่า เขาพอจะอินและเข้าใจงานที่คุณต้องการให้ทำหรือเปล่า

อีกเคสหนึ่งที่ผมเคยเจอคือพอบอกว่าสินค้า “แฟชั่น” ก็เลยคิดว่าทำทุกอย่างที่เป็นสินค้าแฟชั่นได้แต่จริงๆ สินค้าแฟชั่นก็มีหลายเกรด ถ้าคุณเอาคนทำภาพคอนเทนต์สำหรับสินค้า Hi-end มาทำให้กับสินค้ากลางๆ แน่นอนว่าเขาก็จะทำเหมือนกับที่เคยทำมาแต่อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายของคุณเลยก็ได้ (แล้วก็กลายเป็นว่างานไม่ตอบเป้าหมายไปเสียอีก) เพราะมันก็ไม่ได้การันตีนะครับว่าเขาเคยทำเพจหนึ่งสำเร็จแล้วจะมาทำกับคุณแล้วจะสำเร็จด้วย เพราะสินค้ากับกลุ่มเป้าหมายนั้นต่างกัน

ฉะนั้นแล้ว จึงไม่ใช่แค่จะเอาใครก็ได้มาทำ แต่ต้องหาคนที่ “ใช่” มาทำด้วยนั่นแหละครับ

อันนี้คือภาพปัญหาใหญ่ๆ ที่มักเกิดและมีคนมาปรึกษากับผมบ่อยๆ ไม่ว่าจะอยากได้ของดีราคาถูก (มันจะมีที่ไหนล่ะ) หรือเจอหลอกจ่ายแพงแล้วไม่ได้อะไรกลับมาเลย

แล้วเราจะมีวิธีการแก้ไขหรือป้องกันอย่างไร? ผมจะขอเรียบเรียงมาเล่าต่อในบล็อกต่อไปแล้วกันนะครับ

#คอนเทนต #จาง #รบจาง