“ตัดสินใจถูก” กับ “ผลออกมาดี” ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน และการสับสนสองอย่างนี้ทำให้ทั้งทีมเรียนรู้ผิด
- 27 ก.ค.
- ยาว 1 นาที

ผลลัพธ์ที่ออกมาดี ไม่ได้แปลว่าเราตัดสินใจมาดีเสมอไป
ประโยคนี้ฟังดูขัดใจ เพราะเราถูกฝึกมาทั้งชีวิตให้เชื่อตรงกันข้าม งานสำเร็จคือการตัดสินใจถูก งานพังคือการตัดสินใจผิด เราวัดคุณภาพของ “การคิด” จากปลายทางที่ออกมา ราวกับว่าถ้าจบสวยแปลว่าทุกอย่างระหว่างทางถูกหมด แต่ในความเป็นจริง ระหว่าง “การตัดสินใจ” กับ “ผลลัพธ์” มีตัวแปรอีกตัวหนึ่งคั่นอยู่เสมอ นั่นคือ “โชค” หรือสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา และการลืมตัวแปรนี้ทำให้เราเรียนรู้จากอดีตแบบผิดฝาผิดตัวโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเราตัดสิน “การตัดสินใจ” จากผลที่ออกมา
ในวงการโป๊กเกอร์มีคำเรียกอาการนี้ว่า “Resulting” หรือการย้อนกลับไปตัดสินว่าการตัดสินใจครั้งหนึ่งดีหรือแย่ โดยดูจากผลที่ออกมาเป็นหลัก ปัญหาของมันเรียบง่ายแต่ลึก การตัดสินใจที่ดีสามารถให้ผลที่แย่ได้ เพราะโชคไม่เข้าข้าง และการตัดสินใจที่แย่ก็สามารถให้ผลที่ดีได้ เพราะบังเอิญฟลุ๊ก ถ้าเราตัดสินคุณภาพของการคิดจากผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว เราจะยกย่องการตัดสินใจที่แย่แต่โชคดี และลงโทษการตัดสินใจที่ดีแต่โชคร้าย
ลองนึกถึงภาพที่คุ้นในที่ทำงาน คนหนึ่งตัดสินใจลัดขั้นตอน ข้ามการตรวจสอบที่ควรทำ เพื่อรีบส่งงานให้ทันเดดไลน์ คราวนี้มันผ่านฉลุย ลูกค้าไม่ทันสังเกต ทุกคนปรบมือให้ความกล้าได้กล้าเสีย ขณะที่อีกคนทำการบ้านมาอย่างรอบคอบ ประเมินความเสี่ยงครบ เลือกทางที่มีเหตุผลรองรับที่สุด แต่ตลาดพลิกกลางทางด้วยเรื่องที่ไม่มีใครคาดเดาได้ งานเลยไม่เข้าเป้า สิ่งที่เขาได้กลับมาคือคำถามว่า “ทำไมถึงพลาด” ถ้าเราให้รางวัลกับคนแรกและตำหนิคนที่สอง เรากำลังสอนทั้งทีมให้เชื่อว่าการลัดขั้นตอนคือของดี เพียงเพราะรอบนี้ลูกเต๋าออกข้างที่เข้าทางเขา
ทำไมกับดักนี้ถึงแนบเนียนเป็นพิเศษ
สิ่งที่ทำให้ Resulting อันตราย คือมันไม่ได้มาเดี่ยว ๆ พอผลออกมาแล้ว สมองเรามักตามด้วยอาการ “Hindsight Bias” หรือการมองย้อนหลังแล้วรู้สึกว่า “ก็มันต้องออกมาแบบนี้อยู่แล้ว” ทั้งที่ตอนตัดสินใจจริง เราไม่ได้มีข้อมูลชัดขนาดนั้นเลย ความรู้สึกว่าทุกอย่างชัดเจนตั้งแต่แรก ทำให้เราประเมินคุณภาพการตัดสินใจในอดีตสูงหรือต่ำเกินจริง
ยิ่งไปกว่านั้น เวลาตัดสินตัวเอง เรามักมี “Self-serving Bias” แถมมาด้วย ถ้าผลออกมาดี เราจะรีบเครดิตว่าเป็นเพราะฝีมือและวิสัยทัศน์ของเรา แต่ถ้าผลออกมาแย่ เราจะโทษจังหวะ โทษทีม โทษสถานการณ์ พูดง่าย ๆ คือเราใช้ไม้บรรทัดคนละอันกับตอนที่มองคนอื่น และไม้บรรทัดที่ลำเอียงแบบนี้แหละที่ทำให้เราไม่เคยเรียนรู้อะไรจากทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวได้อย่างตรงไปตรงมา
ย้ายสายตาจาก “ผล” ไปที่ “กระบวนการ”
ทางออกไม่ได้อยู่ที่การเลิกสนใจผลลัพธ์ แต่อยู่ที่การเพิ่มคำถามอีกชั้นก่อนจะรีบสรุป แทนที่จะถามแค่ว่า “มันออกมาดีหรือแย่” ให้ถามต่อว่า “ถ้าย้อนกลับไปด้วยข้อมูลเท่าที่มีในตอนนั้น การตัดสินใจแบบนั้นสมเหตุสมผลไหม” คำถามนี้บังคับให้เราแยกคุณภาพของการคิด ออกจากผลของลูกเต๋าที่เราคุมไม่ได้
มีหลักการหนึ่งที่น่าคิด งานศึกษาเรื่องการตัดสินใจในองค์กรพบว่า “กระบวนการ” ที่ใช้ตัดสินใจ มีน้ำหนักต่อผลลัพธ์ระยะยาวมากกว่าตัวการวิเคราะห์เพียว ๆ อยู่หลายเท่า เหตุผลคือการวิเคราะห์ที่เก่งแค่ไหนก็ยังเจอโชคร้ายรายครั้งได้ แต่กระบวนการที่ดีคือสิ่งที่ทำซ้ำได้ และในระยะยาวมันคือทางที่มั่นคงที่สุดสู่ผลลัพธ์ที่ดี งานที่ได้กระบวนการดีแต่ผลรอบนี้ไม่เข้าเป้า จึงยังนับเป็นกำไรได้ ถ้าเราถอดบทเรียนถูกจุด
ในทางปฏิบัติ สิ่งที่ทำได้ทันทีคือเวลารีวิวงานที่จบไปแล้ว ไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว ให้แยกบทสนทนาออกเป็นสองวง วงแรกคุยว่า “ผลออกมาเป็นอย่างไร” อีกวงคุยว่า “ตอนนั้นเราตัดสินใจบนฐานอะไร และมันเป็นการตัดสินใจที่ดีในเวลานั้นไหม” สองวงนี้ต้องไม่ปนกัน เพราะทีมที่เอาผลลัพธ์มาตัดสินคนที่ตัดสินใจดีแต่โชคร้าย จะค่อย ๆ สอนให้ทุกคนเลือกทางที่ปลอดภัยต่อตัวเองมากกว่าทางที่ถูกต้องต่องาน
แก่นของเรื่องนี้ไม่ใช่การเลิกวัดผล แต่คือการรู้ว่าเรากำลังวัดอะไรอยู่ ผลลัพธ์บอกเราว่า “เกิดอะไรขึ้น” แต่ไม่เคยบอกตรง ๆ ว่า “เราคิดมาดีหรือเปล่า” สองอย่างนี้เกี่ยวกันแค่บางส่วน ไม่ใช่ทั้งหมด และช่องว่างระหว่างมันคือที่ที่โชคแอบเข้ามานั่ง คนที่คิดเป็นจึงไม่รีบเคลมว่าตัวเองเก่งเพราะผลออกมาดี และไม่รีบสรุปว่าตัวเองแย่เพราะผลออกมาพลาด เขาถามก่อนเสมอว่า ครั้งนี้เราเก่งจริง หรือแค่โชคดี เพราะการตอบคำถามนั้นให้ซื่อสัตย์ คือจุดเริ่มต้นเดียวที่ทำให้เราโตขึ้นจากทั้งวันที่ชนะและวันที่แพ้
——————————————————
หากองค์กรของคุณกำลังมองหาหลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะการคิดและ Soft Skills ให้กับทีมงาน
dots academy ให้บริการ In-house Training ที่ออกแบบให้เหมาะกับบริบทของแต่ละองค์กร ถ่ายทอดโดยเทรนเนอร์ที่ได้รับการรับรองระดับนานาชาติ พร้อมประสบการณ์ด้านการอบรมและพัฒนาองค์กรมากกว่า 10 ปี
หลักสูตรครอบคลุมหัวข้อ เช่น
✏️Analytical Thinking
✏️Critical Thinking
✏️Strategic Thinking
✏️Six Thinking Hats
✏️Business Storytelling
สนใจสอบถามรายละเอียดหรือปรึกษาการออกแบบหลักสูตรสำหรับองค์กรของคุณได้ทาง LINE @dots https://lin.ee/qK4e3Vx



ความคิดเห็น