top of page

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Empathy กับเพื่อนร่วมงาน

  • 25 ม.ค.
  • ยาว 1 นาที

เมื่อพูดถึง Empathy ในที่ทำงาน เรามักนึกถึงบทบาทของหัวหน้าเป็นหลัก แต่ในความเป็นจริง ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Empathy ไม่ได้เกิดจากผู้บริหารฝ่ายเดียว เพื่อนร่วมงานระดับเดียวกันก็มีส่วนสร้าง “กับดักของความเข้าใจผิด” ที่ทำให้การทำงานร่วมกันยากขึ้น โดยไม่รู้ตัว


Empathy ที่เข้าใจคลาดเคลื่อน อาจไม่ได้ทำให้ทีมอบอุ่นขึ้นอย่างที่ตั้งใจ แต่กลับสร้างความอึดอัด ความคาดหวังที่ไม่ตรงกัน และความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ในระยะยาว


1. Empathy คือการต้องเห็นด้วยกันเสมอ

หลายคนคาดหวังว่าเพื่อนร่วมงานที่ “มี Empathy” จะต้องคิดเหมือน สนับสนุนเหมือน หรืออยู่ข้างตนในทุกสถานการณ์ แต่ Empathy ไม่ได้แปลว่าต้องเห็นด้วย Empathy คือการเข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงคิดหรือรู้สึกเช่นนั้น แม้เราจะมีจุดยืนที่ต่างออกไปก็ตาม


2. ถ้าเข้าใจฉันจริง ต้องช่วยฉันแก้ปัญหา

ในที่ทำงาน เรามักสับสนระหว่าง “การรับฟัง” กับ “การรับผิดชอบแทน” การที่เพื่อนร่วมงานรับฟังและเข้าใจ ไม่ได้หมายความว่าเขาต้องแบกรับงาน ความกดดัน หรือความผิดพลาดของเรา Empathy คือการอยู่รับรู้ ไม่ใช่การเข้าไปจัดการทุกอย่างแทน


3. Empathy คือการต้องพร้อมฟังตลอดเวลา

บางคนรู้สึกไม่พอใจเมื่อเพื่อนร่วมงานไม่พร้อมรับฟังในทันที และตีความว่าอีกฝ่าย “ไม่มี Empathy” ทั้งที่ในความเป็นจริง ทุกคนมีภาระ ขอบเขต และข้อจำกัด Empathy ที่ดีต้องเคารพจังหวะและพลังงานของกันและกัน ไม่ใช่การเข้าถึงกันได้ตลอดเวลา


4. Empathy คือการไม่วิจารณ์กัน

ในหลายทีม การให้ Feedback ตรงไปตรงมาถูกมองว่าไม่เห็นอกเห็นใจ จนนำไปสู่การพูดอ้อม ๆ หรือหลีกเลี่ยงประเด็นสำคัญ แต่ Empathy ไม่ได้ขัดแย้งกับความตรงไปตรงมา การสื่อสารที่ชัดเจน เคารพ และมีเจตนาดี คือรูปแบบหนึ่งของ Empathy ที่ช่วยให้การทำงานดีขึ้นจริง


5. ถ้าเขาไม่รู้สึกแบบฉัน แปลว่าเขาไม่เข้าใจฉัน

เราอาจคาดหวังโดยไม่รู้ตัวว่า เพื่อนร่วมงานต้อง “รู้สึก” เหมือนเรา จึงจะเรียกว่ามี Empathy แต่ในที่ทำงาน สิ่งที่สำคัญกว่าคือ Cognitive Empathy หรือความสามารถในการเข้าใจมุมมองและผลกระทบ แม้จะไม่ได้รู้สึกเหมือนกันทั้งหมด


6. Empathy คือการปล่อยผ่านเพื่อรักษาความสัมพันธ์

บางทีมเลือกเงียบ ไม่ทัก ไม่ตั้งคำถาม เพราะกลัวกระทบความรู้สึก แต่การหลีกเลี่ยงความไม่สบายใจระยะสั้น มักสร้างปัญหาระยะยาว ทั้งความไม่ชัดเจน ความคั่งค้างในใจ และความไม่ไว้วางใจ Empathy ที่แท้จริงไม่ใช่การเลี่ยงปัญหา แต่คือการกล้าคุยในวิธีที่เคารพกัน


เมื่อ Empathy ที่เข้าใจผิด กลายเป็นภาระของทีม


ความเข้าใจผิดเหล่านี้มักทำให้เพื่อนร่วมงานรู้สึกว่าต้อง “ดูแลอารมณ์กันตลอดเวลา” จนเกิด emotional fatigue บางคนเริ่มถอยห่างเพื่อปกป้องตัวเอง ขณะที่บางคนแบกรับมากเกินไปเพื่อรักษาความสัมพันธ์ สุดท้ายทีมอาจดูสุภาพ แต่ขาดความจริงใจและประสิทธิภาพ


Empathy ในที่ทำงาน ควรหน้าตาเป็นอย่างไร


Empathy ระหว่างเพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่การเป็นที่พึ่งทางอารมณ์ตลอดเวลา แต่คือความสามารถในการ


  • เข้าใจว่าการทำงานและการสื่อสารของเราส่งผลต่อผู้อื่นอย่างไร

  • เคารพความรู้สึก โดยไม่ละทิ้งขอบเขตและบทบาท

  • สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ลดทอนความเป็นมนุษย์ของกันและกัน


Empathy ที่ดีช่วยให้ทีมคุยกันได้ในเรื่องยาก ทำงานร่วมกันได้แม้เห็นต่าง และรักษาความสัมพันธ์โดยไม่ต้องแลกกับความชัดเจน


บางทีคำถามสำคัญสำหรับเพื่อนร่วมงานอาจไม่ใช่

“เขาเข้าใจฉันพอไหม”

แต่คือ

“ฉันกำลังคาดหวัง Empathy จากคนอื่น ในแบบที่ละเลยขอบเขตของเขาหรือเปล่า”

 
 
 

ความคิดเห็น


ติดตามข่าวสารและอัปเดตจาก dots.

Thanks for subscribing.

bottom of page