การพัฒนา Divergent Thinking: เมื่อ “ความคิดหลากหลาย” กลายเป็นทักษะที่ฝึกได้
- 1 เม.ย.
- ยาว 1 นาที

ในโลกที่ปัญหาไม่ได้มีคำตอบเดียว การคิดแบบ Divergent หรือ “การคิดแบบแตกแขนง” ไม่ใช่แค่ความสามารถของคนสร้างสรรค์ แต่เป็นทักษะพื้นฐานของคนทำงานทุกคน
Divergent Thinking คือความสามารถในการสร้าง “หลายคำตอบ” ให้กับคำถามเดียว ไม่ใช่การหาคำตอบที่ถูกที่สุด แต่คือการเปิดพื้นที่ให้ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ เกิดขึ้นก่อน
ปัญหาคือ คนส่วนใหญ่ไม่ได้ขาดความคิดสร้างสรรค์ แต่ขาด “ระบบฝึกคิด” ที่ทำให้สมองกล้าคิดต่าง และคิดได้มากพอ
🧠 เริ่มจากการฝึก “คิดให้เยอะ” ก่อน “คิดให้ดี”
หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ เราพยายามคิดให้ดีตั้งแต่แรก แต่การคิดแบบ Divergent ต้องเริ่มจาก “ปริมาณ” ไม่ใช่ “คุณภาพ”
ตัวอย่างการฝึกง่าย ๆ คือ Alternate Uses Test (AUT) เช่นลองหยิบของใกล้ตัว เช่น ปากกา หรือแก้วน้ำ แล้วตั้งเวลา 3 นาที เพื่อเขียนให้ได้มากที่สุดว่า “มันเอาไปใช้อะไรได้อีก”
ประเด็นสำคัญในการฝึก AUT ไม่ใช่คำตอบที่ถูก แต่คือ:
- คิดให้ได้เยอะ (Fluency)
- คิดให้หลากหลาย (Flexibility)
- คิดให้แปลก (Originality)
การฝึกแบบนี้จะช่วยลด “กรอบความเคยชิน” ที่ทำให้เรามองสิ่งต่าง ๆ แบบเดิมซ้ำ ๆ
🧠 แยก “ช่วงคิด” ออกจาก “ช่วงตัดสิน”
อีกหนึ่งตัวการที่ฆ่า Divergent Thinking คือ “การรีบตัดสิน” โดยในกระบวนการคิดที่มีประสิทธิภาพ ควรมี 2 เฟสที่แยกจากกันชัดเจน:
เฟสที่ 1: สร้างไอเดีย (Divergent Mode)
- ห้ามวิจารณ์
- ยิ่งเยอะยิ่งดี
- ต่อยอดกันได้ (“yes, and…”)
เฟสที่ 2: คัดเลือก (Convergent Mode)
- ค่อยกลับมาประเมิน
- เลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุด
หลายองค์กรพลาดตรงที่เอา 2 เฟสนี้มาปนกัน ทำให้ไอเดียดี ๆ ถูกฆ่าตั้งแต่ยังไม่ทันเกิด
🧠 ใช้ “คำถาม” เป็นเครื่องมือขยายความคิด
Divergent Thinking ไม่ได้เกิดจากการพยายามคิดให้เก่งขึ้น แต่มักเกิดจาก “การตั้งคำถามที่ดีขึ้น”
หนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังคือ SCAMPER Framework:
- Substitute – ถ้าเปลี่ยนบางอย่างจะเกิดอะไรขึ้น
- Combine – ถ้ารวมสิ่งนี้กับอีกอย่างล่ะ
- Adapt – ถ้าเอาไปใช้ในบริบทอื่น
- Modify – ถ้าปรับหรือขยายให้สุดโต่งล่ะ?
- Put to other uses – ใช้อย่างอื่นได้ไหม
- Eliminate – ถ้าตัดบางอย่างออก
Reverse – ถ้าทำตรงกันข้าม
คำถามเหล่านี้ทำหน้าที่ “บังคับสมอง” ให้ออกจากเส้นทางเดิม
🧠 ฝึก “ท้าทายความคิดอัตโนมัติ” ของตัวเอง
ในชีวิตประจำวัน เรามักมีคำตอบในหัวโดยไม่รู้ตัวซึ่งคำตอบเหล่านี้คือ “Default Thinking”
วิธีฝึกเพื่อหลุดจาก Defaulty Thinking นี้คือการถามตัวเองว่าอยู่เสมอว่า
- มีอีก 3 วิธีไหมที่เป็นไปได้?
- ถ้าความเชื่อนี้ผิดล่ะ?
- ถ้ามองจากมุมคนอื่นจะคิดยังไง?
การฝึกแบบนี้จะค่อย ๆ เปลี่ยนสมองจาก “คิดแบบเส้นเดียว” เป็น “คิดแบบหลายมุม”
🧠 เพิ่ม “วัตถุดิบใหม่” ให้สมอง
ความคิดใหม่ แทบไม่เคยเกิดจากข้อมูลเดิม งานวิจัยจำนวนมากชี้ว่า ความคิดสร้างสรรค์มักเกิดจากการเชื่อมโยงสิ่งที่ไม่เกี่ยวกัน ดังนั้น ถ้าคุณอยากคิดได้ดีขึ้นจึงควรหมั่นที่จะ
-อ่านสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับงานคุณ
- ฟังมุมมองจากสายอาชีพอื่น
- สนใจศาสตร์ที่ไม่คุ้นเคย
เพราะสิ่งเหล่านี้คือ “คลังวัตถุดิบ” ที่สมองจะเอาไปผสมเป็นไอเดียใหม่
Divergent Thinking ไม่ใช่เรื่องของคนบางกลุ่ม แต่เป็น “กล้ามเนื้อทางความคิด” ที่ทุกคนพัฒนาได้
องค์กรหรือคนที่ได้เปรียบ ไม่ใช่คนที่มีไอเดียดีที่สุดตั้งแต่แรก แต่คือคนที่ “สร้างทางเลือกได้มากพอ” ก่อนจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุด
เพราะในโลกที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ คำตอบที่ดี มักไม่ได้มาจากการคิดให้ถูกตั้งแต่ต้น แต่มาจากการ “คิดให้กว้างพอ” ก่อน แล้วค่อย “คิดให้แม่น” ทีหลัง
——————————————————
สนใจหลักสูตรพัฒนาทักษะการคิดและ Soft Skills สำคัญอย่าง
- Analytical Thinking
- Strategic Thinking
- Six Thinking Hats
- Business Storytelling
- Managing People
- Leading People
- STORYSELLING
สามารถสอบถามข้อมูลได้ทาง LINE @dots :
👍 หลักสูตรอบรมคุณภาพสูง ในราคาที่จับต้องได้จริง



ความคิดเห็น