#กว่าจะเป็นพี่คนนั้น – เอาตำแหน่งไปข่มคนอื่น

“คุณทำงานที่ xxx ใช่ไหม ผมรู้จักกับพี่ xxx นะ”

นั่นคือหนึ่งในคำพูดที่มีผู้บริหารท่านหนึ่งเคยพูดกับผมในอดีตตอนที่เคยมีการปะทะทางความเห็นบางอย่างเมื่อผมแสดงความเห็นเกี่ยวกับงานของเขา

คำพูดดังกล่าว ๆ จู่ ๆ ก็โผล่ขึ้นมาปิดท้ายหลังจากที่มีการถกเถียงกัน ซึ่งแน่นอนว่าประโยคดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวโยงอะไรกับเรื้องที่เราคุยกันเท่าไรนัก แต่เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็คงพอเดา ๆ ได้ว่าคนพูดต้องการอะไร

และก็คงไม่ต้องบอกต่อว่าผมรู้สึกอย่างไรกับผู้บริหารท่านนั้น

————————–

เรื่องของการยกตนข่มอีกฝั่งหนึ่งจากการพูดถึงตำแหน่ง หน้าที่ อำนาจ กลายเป็นสิ่งที่เรามักเจอประจำและเป็นที่กล่าวขวัญของบรรดาหัวหน้า ผู้บริหารบางคนซึ่งทำพฤติกรรมกับทั้งคนในองค์กรของตัวเองไปจนถึงคนอื่น ๆ นอกองค์กร

แน่นอนว่าสำหรับการใช้อำนาจและสร้างความกลัวให้อีกฝั่งนั้น อาจจะทำให้เอาชนะคู่กรณีได้โดยง่าย และก็มักจะเป็นสิ่งที่คนเหล่านี้หวังอยู่เสมอ

แต่ในขณะเดียวกันแล้ว มันก็เป็นเหมือนดาบสองคมในคราวเดียวกันเพราะจะทำให้การเอาชนะนั้นไม่ได้อยู่บนหลักการและเหตุผลใด ๆ ไม่ใช่ชนะเพราะความถูกต้อง ซึ่งในสายตาของคู่กรณีและคนรอบข้างซึ่งรับรู้การเอาชนะนี้ก็ไม่ได้รู้สึกชื่นชมอะไรแม้แต่น้อย

มันจึงไม่แปลกว่าเมื่อไรที่มีการใช้ “กำลังภายใน” แบบนี้มักจะนำไปสู่เสียงซุบซิบนินทา และกัดกร่อนความน่าเชื่อถือของตัวบุคคลที่ใช้อำนาจเหล่านี้เสียเองนั่นแหละ

เรียกได้ว่ายิ่งใช้กำลังและอำนาจ แทนที่จะชนะด้วยหลักการและเหตุผล ก็มีแต่ทำให้ดูผู้นั้นไร้ความเป็นผู้นำขึ้นเรื่อย ๆ นั่นเอง

แต่ทำไมคนเหล่านี้ก็ยังใช้อำนาจกันต่อไปล่ะ?

ส่วนหนึ่งก็อาจจะด้วยว่าคนเหล่านี้ไม่ได้เก่งพอที่จะเอาชนะกันด้วยหลักการและเหตุผลจริง ๆ แต่ก็ไม่อยากจะแพ้หรือยอมรับได้ว่าตัวเองไม่มีความสามารถ ก็จะต้องพยายามแยกเขี้ยว โจมตีคนอื่นด้วยวิธีนี้ไปเรื่อย

อีกประการหนึ่งคือวิธีนี้จะเป็นวิธีที่ที่ง่ายที่สุดในการทำให้คนอยู่ในอาณัติและปฏิบัติตามโดยไม่ต้องอาศัยทักษะการเป็นผู้นำแต่อย่างใด

นั่นจึงไม่แปลกที่ผู้บริหารจำนวนมากมีคนเชื่อฟังโดยไม่จำเป็นต้องมีทักษะผู้นำ (แต่มักคิดไปเองว่ามีทักษะผู้นำอยู่) เพราะใช้อำนาจที่ตัวเองมีคุมคนอื่น ๆ นั้นง่ายกว่าการทำให้พวกเขาเชื่อใจและไว้ใจ

ในขณะเดียวกันนั้น เราก็จะเห็นว่าเมื่อองค์กรปล่อยให้เหล่าพี่คนนั้นที่ทำตัวแบบลักษณะนี้เท่าไร ก็จะทำให้องค์กรเริ่มมีวัฒนธรรมเจ้าขุนมูลนายที่ชัดเจนมากขึ้นไปเรื่อย ๆ จะเห็นกลุ่มคนที่เป็นสาย “ประจบ” และ “เชื่อฟัง” เพื่อจะได้ขอเอี่ยวกับ “กำลังภายใน” ที่พี่คนนั้นมี และแน่นอนว่าคนเหล่านี้ก็มักจะได้ดีติดสอยห้อยตามกันไป

ส่วนคนที่ไม่ได้โอเคกับวิธีดังกล่าว ก็อาจจะก้มหน้าก้มตาทำงานกันไปแบบไม่มีปากมีเสียง เพราะแม้ตัวเองจะไม่เห็นด้วยกับวิธีการดังกล่าวก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ก็จะเริ่มกลายเป็นคนส่วนน้อยลงเรื่อย ๆ ในทีม จนสุดท้ายก็ต้องอัปเปหิตัวเองออกจากองค์กรไป

แล้วก็คงนึกออกใช่ไหมล่ะครับว่าเดี๋ยวก็จะมานั่งสัมมนากันอีกว่าจะแก้ไขวัฒนธรรมองค์กรกันได้อย่างไร

————————–

ผมเขียนมาถึงตรงนี้แล้ว เอาจริง ๆ ก็ต้องบอกว่าการใช้ “อำนาจ” นั้นเป็นสิ่งที่เราทำอยู่เยอะมากในแต่ละวัน บางทีก็เป็นสิ่งที่ทำกันโดยไม่รู้ตัว มันเกิดขึ้นจากบทบาทหน้าที่ เกิดขึ้นจากการวางตัวที่บางทีคนอื่นก็กลัวเราไปเองเพราะตำแหน่งของเรา

แน่นอนว่าสำหรับคนที่จงใจใช้อำนาจเหล่านี้ก็คงเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะควรเป็นแน่

แต่กับคนทั่วไปอย่างเรา ๆ เองก็ต้องระวังเหมือนกันว่าจะเผลอไปใช้โหมดนั้นกันหรือเปล่า เพราะหลาย ๆ ทีเราก็อาจจะใช้อำนาจจากตำแหน่งของเราโดยไม่ทันคิดได้อันเนื่องมาจากความไม่พอใจหรืออารมณ์ ณ ช่วงเวลานั้น ๆ

และนั่นก็ต้องเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าอย่าได้ทำกัน

เพราะไม่งั้นเราก็คงได้เป็น “พี่คนนั้น” กันแน่ ๆ ล่ะครับ